โอกาสพิเศษ ในชีวิตอาจสร้างความเครียดให้เรา

โอกาสพิเศษ ในชีวิตอาจสร้างความเครียดให้เรา

วันเกิด

โอกาสพิเศษ ในชีวิตอาจสร้างความเครียดให้เราได้

ชีวิตทำงานและการเรียนของ เราในแต่ละวันก็สร้างความเครียดให้มากพออยู่แล้ว ไหนจะต้องมาเจอกับสภาพการจราจรที่ติดขัดเข้าไปอีกก็ยิ่งไปกันใหญ่ ดังนั้นพอมีโอกาสพิเศษอะไรเราก็เลยดีใจและคิดว่าจะใช้โอกาสนี้ตักตวงความสุข และชาร์จพลังให้เต็มที่ แต่หารู้ไม่ว่าโอกาสพิเศษในชีวิตทั้ง 7 อย่างต่อไปนี้ ก็อาจจะเป็นหนึ่งตัวการที่สร้างความเครียดให้เราได้แบบไม่รู้ตัวด้วยค่ะ

>>> ช่วงวันหยุดยาว

เหนื่อยกันมาทั้งปี มีโอกาสได้หยุดยาว ๆ กันสักทีก็เป็นอะไรพิเศษสุด ๆ แบบนี้ทุกคนก็คงตั้งใจจะไปผ่อนคลายและชาร์จแบตกันให้เต็มที่ เพื่อจะได้มีพลังสมองและพลังกายกลับมาสู้กับโลกการทำงานได้ใหม่ แต่ผลสำรวจจาก Expedia.com กลับเผยว่า 50% ของคนที่กลับจากเที่ยวในวันหยุดยาว ก็อาจไม่ได้รู้สึกสดชื่นอย่างที่คิดไว้ และ 30% ก็ยังคงครุ่นคิดแต่เรื่องงานในระหว่างวันพักผ่อนเสียด้วยซ้ำ

ส่วนเหตุผลนั้น ดร.ไบรอัน อี. โรบินสัน (Dr. Bryan E. Robinson) ระบุไว้ว่า คนส่วนมากโดยเฉพาะคนที่เข้าข่ายบ้างาน มักจะวิตกกังวลเรื่องงานและพิจารณาความสามารถของตัวเองกับผลงานอยู่เสมอ ๆ จนไม่สามารถปล่อยวางและพักผ่อนได้อย่างแท้จริง

เมื่อเป็นแบบนี้ ดร.ไบรอัน จึงเสนอแนวทางที่จะหลุดพ้นจากกรอบความเครียดเรื่องงานไว้ว่า ให้ทำงานเหมือนไม่ได้ทำงาน เสียเวลาสัก 5 นาที เพื่อทบทวนว่า เราทำงานด้วยวิธีไหน หรือมีเหตุผลอะไรที่เราต้องทำงานด้วยความเร่งรีบอย่างที่เคยเป็นมาหรือเปล่า เพราะการพิจารณาหาเหตุที่แท้จริงของความวิตกกังวล จะทำให้เรารู้แจ้งและปล่อยวางความเครียดได้ในที่สุด

>>> เมื่อถึงวันอาทิตย์

วันหยุดสุดสัปดาห์อย่างนี้ก็น่าจะเป็นวันพักผ่อนประจำอาทิตย์ที่ทุกคนควรจะ ได้ผ่อนคลายให้หายเหนื่อยจากวันทำงาน แต่ผลการศึกษาจาก UK mental health charity Mind กลับพบว่า 26% ของคนทำงานมักจะมีความเครียดและความวิตกกังวลกับการทำงานในสัปดาห์ต่อไป หรืออาจจะรู้สึกเนือย ๆ กับการเริ่มงานในวันจันทร์ (อีกแล้ว) มากขึ้น

ถ้าคุณก็เป็นอีกคนที่หรรษากับวันอาทิตย์ได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร ดร. สเตฟานนี่ ซากีส (Dr. Stephanie Sarkis) ก็แนะนำว่า ให้ ทำตัวแอคทีฟ หาสิ่งต่าง ๆ ทำตลอดทั้งวันอาทิตย์ เพื่อให้รู้สึกกระฉับกระเฉงอยู่ตลอดเวลา หรือจะใช้เวลาอยู่กับเพื่อนหรือครอบครัวก็ได้เช่นกันจ้า

ได้เลื่อนขั้น หรือ ได้งานใหม่

>>> ได้เลื่อนขั้น หรือ ได้งานใหม่

แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะเป็นการได้เลื่อนขั้นหรือได้งานใหม่ก็หมายถึงโอกาส และการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ในชีวิต แต่ทั้ง 2 โอกาสนี้ก็สามารถนำความเครียดมาให้คุณได้เช่นกัน เพราะบริษัทพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ (the human resources firm Development Dimensions International) เขาได้สำรวจพนักงานระดับผู้จัดการที่ได้เลื่อนขั้น และ พบว่า 6 ใน 10 มีความวิตกกังวลกับหน้าที่ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ทักษะและความสามารถที่น่าจะต้องนำมาใช้มากขึ้น รวมไปถึงการปรับตัวกับตำแหน่งและเนื้องานใหม่ ๆ ด้วย

โดยนักจิตวิทยาและ HuffPost blogger Heidi Grant Halvorson ได้แนะนำว่า หากไม่อยากตกอยู่ในความเครียดเช่นนี้ ก็ควรจะใส่ใจแค่กระบวนการทำงาน ไม่จำเป็นต้องมองไปไกลถึงความสำเร็จของงาน ให้ตัวเองต้องกดดันไปเปล่า ๆ
มีความรัก

>>> มีความรัก

อาจจะเคยได้ยินว่าคนที่กำลังมีความรักมักจะตกอยู่ในห้วงแห่งความสุขสม แต่การเริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครสักคนก็อาจนำมาซึ่งความกลัว ความไม่มั่นใจได้ไม่ต่างกับการเริ่มอะไรใหม่ ๆ ในชีวิตเหมือนกัน และยิ่งถ้าเป็นเรื่องของหัวใจ อารมณ์ของเราก็จะเกิดขึ้นได้ปุ๊ปปั๊ปหลากหลาย ให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ทำให้ฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะอารมณ์ จนอาจเกิดเป็นความเครียดได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม คนมีความรักมักจะมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจาก Psychology Today ก็ได้แนะนำว่า ให้แบ่งเบาความสนใจต่อคนรักไปสร้างสรรค์งานศิลปะ หรือทำอะไรอย่างอื่นที่สนใจบ้างก็จะดี จะได้ไม่ต้องหมกมุ่นกับความกังวลในความสัมพันธ์ครั้งใหม่มากนัก

>>> วันเกิด

นอกจากจะรู้สึกยินดีที่ครบรอบวันคล้ายวันเกิดกันแล้ว ก็ยังเป็นการตอกย้ำถึงอายุที่มากขึ้นทุก ๆ ปีของเจ้าของวันเกิดด้วย โดยเฉพาะเจ้าของวันเกิดในช่วงอายุ 30-40 ปี ซึ่งอาจจะคิดยาวไปถึงชีวิตในวันข้างหน้า หรือบ้างก็คิดย้อนหลังไปถึงความผิดพลาดในช่วงชีวิตที่ผ่านมา จนในที่สุดก็จะกลายเป็นความวิตกกังวลและความเครียดได้ในจุดหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า ควรฝึกจิตให้คิดและอยู่กับชีวิตในปัจจุบันให้มากที่สุด และความวิตกกังวลอื่น ๆ ก็จะจางหายไปเองค่ะ

>>> กำลังจะหมั้นหมาย หรือแต่งงาน

ตอนมีความรักก็ผจญกับความเครียดเล็ก ๆ แล้ว แต่การหมั้นหมายหรือการแต่งงานกลับสร้างความเครียดได้มากกว่านั้น เพราะนั่นคือสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต และไหนจะต้องมาวุ่นวายกับการเตรียมงาน ทั้งงานหมั้นและงานแต่งจนหัวปั่นอีก โดยเฉพาะ 3 สัปดาห์ก่อนวันงาน เจ้าสาวส่วนมากจะครุ่นคิดแต่เรื่องงานแต่งงานของตัวเองจนอาจเกิดความเครียด ขึ้นมาได้ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้เผื่อเวลาในการจัดงานให้มากหน่อย เพื่อจะได้ไม่ต้องเร่งรีบจนลนลาน และใช้เวลาดูแลตัวเองให้มากขึ้น รวมถึงควรจัดงานให้พอเหมาะพอดีกับความต้องการและความจำเป็นของคู่บ่าวสาว จะได้ไม่ต้องวุ่นวายเกินความจำเป็นให้เหนื่อยเปล่า ๆ

>>> ช่วงเวลาเกษียณอายุ

เคยทำงานมาเกือบทั้งชีวิต แต่พอถึงจุดหนึ่งก็ได้หยุดและพักผ่อน หลายคนอาจดีใจและใช้เวลาช่วงนี้อย่างเต็มที่ แต่ก็มีบางส่วนที่เกิดความเครียดเพราะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีหน้าที่น้อยลง โดยเฉพาะกับคนที่อยู่นิ่งไม่เป็น หรือกับบางส่วนที่กังวลกับเรื่องสถานะทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป โดนัล แอชเชอร์ (Donald Asher) ที่ปรึกษาด้านอาชีพ ก็ได้แนะนำว่า ถ้ารู้สึกฟุ้งซ่านเพราะว่างจัด ก็ให้หางานอดิเรกทำเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตชีวาดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ เล่นกีฬาเบา ๆ หรือเลี้ยงหลานอยู่บ้านก็เพลินไปอีกแบบ

จะว่าไปความเครียดและความวิตกกังวลก็สามารถแทรกซึมอยู่ในชีวิตเราได้ทุกสถานการณ์ จะดีกว่าไหมถ้าเราใช้ชีวิตด้วยสติ อยู่กับปัจจุบัน และทำทุกวันให้ดีที่สุ เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอให้เราฝ่าฟันทุกปัญหาและขจัดความเครียดไปได้ระดับหนึ่งแล้วว่าไหมคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : kinjung.net

Advertisements