สวม ส้นสูง สพายกระเป๋าหนักอึ้ง อันตราย!

สวม ส้นสูง สพายกระเป๋าหนักอึ้ง อันตราย!

สวมส้นสูง สพายกระเป๋าหนักอึ้ง อันตราย!

สวม ส้นสูง สพายกระเป๋าหนักอึ้ง อันตราย!

สาว ๆ ทำงานที่ชื่นชอบแฟชั่นกระเป๋าใบโตโก้หรู และรองเท้า ส้นสูง สุดเฉี่ยว ควรระวังว่าความสวยแบบอินเทรนด์อาจมาพร้อมกับความเจ็บปวดของร่างกายได้ แต่ไม่ต้องกลัว เรามีเคล็ดลับดี ๆ เพื่อให้คุณสาว ๆ สวยอย่างปลอดภัยมาฝาก

กระเป๋าสะพายเก๋

กระเป๋าสะพายเก๋ได้…ไม่ทำร้ายบ่า

การสะพายกระเป๋าใบโตที่ใส่ของน้ำหนักมากเกินไป และสะพายไม่ถูกวิธีอาจทำให้เกิดอาการปวดไหล่ ปวดคอ หรือปวดศีรษะได้ ก่อนสะพายกระเป๋าทุกครั้งควรคำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้ จะช่วยป้องกันอาการไม่พึงประสงค์ได้

>> กระเป๋าที่สะพายเป็นประจำควรมีน้ำหนัก 10% ของน้ำหนักตัวเราก็พอแล้ว เช่น คุณหนัก 50 กิโลกรัม กระเป๋าหนักแค่ 5 กิโลกรัมปลอดภัยที่สุด ถ้าจำเป็นต้องมีของมาก ก็อย่าให้หนักเกิน 15% ของน้ำหนักตัวก็พออนุโลมได้

>> ถ้ากระเป๋าที่สะพายคือเป้ ให้สะพายบนบ่าทั้งสองข้าง อย่าสะพายเป้ข้างเดียว เพราะจะทำให้ตัวเอียงและปวดไหล่ ควรดึงสายเป้ที่คล้องไหล่ให้กระชับ เพื่อให้เป้แนบแผ่นหลังมากที่สุด ไม่อย่างนั้นน้ำหนักของกระเป๋าจะถ่วงให้กล้ามเนื้อคอและหลังตอนบนทำงานหนัก

>> ถ้ากระเป๋าเป็นแบบสะพายข้าง ควรเปลี่ยนข้างที่สะพายกระเป๋าบ่อย ๆ อย่าสะพายข้างเดียวทีละนาน ๆ

>> สายสะพายของกระเป๋าทั้งแบบเป้ และแบบสะพายข้าง ควรเลือกแบบที่มีสายแถบกว้างหน่อย เพราะจะรับน้ำหนักได้ดีกว่าพวกสายเล็ก ๆ จะได้ไม่ปวดกล้ามเนื้อบริเวณคอ ไหล่ และหลัง

>> ท่าเดินที่ถูกต้องเวลาสะพายกระเป๋า ควรพยายามเดินตัวตรง ศีรษะและไหล่ตั้งตรง

>> ควรหมั่นสลับสับเปลี่ยนขนาดของกระเป๋า และน้ำหนักของกระเป๋าบ้าง เช่น บางวันสะพายใบเล็ก บางวันใบใหญ่ บางวันสะพายเป้ บางวันใช้กระเป๋าแบบสะพายข้าง

>> วิธีจัดกระเป๋าที่ถูก ควรจัดให้ของที่หนักที่สุด เช่น หนังสือ ไว้ที่ด้านล่างของกระเป๋า ของที่เบาวางไว้ด้านบน เพื่อให้กระเป๋ารับน้ำหนักแทนเราได้ดี

รองเท้าส้นสูง

รองเท้าส้นสูง สง่า…ไม่ทำร้ายสุขภาพ

รองเท้า ส้นสูง ที่สูงเกิน 1.5 นิ้วจะทำให้แนวกระดูกสันหลังช่วงล่างแอ่นมากกว่าปกติ ทำให้มีโครงสร้างร่างกายที่ผิด และนำไปสู่อาการปวดหลังได้ รองเท้าที่สูงมากยังอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บข้อเท้าเคล็ด กระดูกแตก และอาจก่อให้เกิดปัญหาต่อกระดูกในระยะยาว รวมถึงอาการปวดเมื่อยบริเวณฝ่าเท้า นิ้วเท้า และน่อง เกิดอาการบวม และเจ็บเท้าบางตำแหน่ง เช่น นิ้วเท้า ส้นเท้า ข้อเท้า และเอ็นร้อยหวาย หรืออาจมีอาการหนังด้าน เล็บขบ และเจ็บเล็บได้

ฟังแล้วน่าตกใจ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าคุณต้องเลิกใส่รองเท้า ส้นสูง ไปเลย แต่ควรปฏิบัติดังนี้

>> จำกัดความสูงของรองเท้าไม่เกิน 4 เซนติเมตร หรือ 1.5 นิ้ว และควรเป็นรองเท้าส้นสูงแบบหุ้มส้น หรือมีสายรัดด้านหลัง

>> เวลาใส่รองเท้าส้นสูงให้สังเกตดูว่า แนวกระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน และท้องต้องไม่แอ่นและเกร็งจนเกินไป

>> เลือกรองเท้าที่มีน้ำหนักเบา พื้นนิ่มและยืดหยุ่น พื้นรองเท้าต้องกว้างพอที่จะรับน้ำหนักได้ทั้งฝ่าเท้า วัสดุที่ใช้ทำรองเท้าต้องนิ่ม ระบายอากาศได้ดี เวลาสวมใส่ต้องไม่บีบรัดหรือเสียดสีเท้าจนทำให้รู้สึกเจ็บเท้า

>> รองเท้า ส้นสูง ยิ่งสูงมากจะมีความลาดเอียงมาก ต้องระวังบริเวณหัวของรองเท้าอย่าให้แหลมจนเกินไป หากชอบรองเท้าหัวแหลม ควรเลือกที่ส้นเตี้ยจะเดินง่ายและดีต่อสุขภาพมากกว่า

>> เพื่อสุขภาพที่ดีของกล้ามเนื้อขาและกระดูกสันหลัง ไม่ควรสวมรองเท้า ส้นสูง เดินติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ควรพักเท้าโดยหารองเท้าแตะหรือรองเท้าส้นเตี้ยมาสวมสลับในระหว่างวัน เพื่อให้กล้ามเนื้อและกระดูกสันหลังได้พักบ้าง

วิธีง่าย ๆ ดูแลเท้าที่บาดเจ็บ

>> ข้อเท้าแพลง 2-3 วันแรกให้ใช้น้ำแข็งประคบนาน 5-10 นาที ประคบวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อลดอาการปวด พักการใช้ข้อเท้าชั่วคราว และพันข้อเท้าด้วยผ้ายืดเพื่อลดการกระเทือน

>> ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อขา ให้แช่เท้าในน้ำอุ่นจัด ๆ สัก 10-15 นาที พร้อมกับกระดกปลายเท้าขึ้นลง หันฝ่าเท้าเข้าด้านในแล้วหันฝ่าเท้าออกด้านนอก งอนิ้วเท้า แล้วเหยียดนิ้วเท้า เพื่อเป็นการยืดกล้ามเนื้อเท้าและนิ้วเท้า หรืออาจใช้มือช่วยบีบนวดโดยเฉพาะที่บริเวณอุ้งเท้า ซึ่งมีเส้นเลือดและเส้นประสาทจำนวนมาก จะช่วยบรรเทาอาการเมื่อยล้าขาและเท้าลงได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Momypedia

Advertisements