คนชื่นชอบ น้ำผลไม้ปั่น ฟังแล้วต้องสะดุ้ง!

คนชื่นชอบ น้ำผลไม้ปั่น ฟังแล้วต้องสะดุ้ง!

น้ำผลไม้ปั่น

คนชื่นชอบ น้ำผลไม้ปั่น ฟังแล้วต้องสะดุ้ง!

งานนี้ใครที่ชอบหาซื้อ เครื่องดื่มที่ดูดีต่อสุขภาพอย่าง น้ำผลไม้ปั่น ฟังแล้วต้องสะดุ้ง หลังจากมีผลวิเคราะห์จากประเทศอังกฤษออกมาว่า เครื่องดื่มปั่นที่ดูรักสุขภาพ อย่างเรดเบอร์รี่ฟรุตคูลเลอร์แก้วใหญ่ จากร้านคอสต้า หนึ่งในแฟรนไชส์ร้านเครื่องดื่มยอดฮิตแดนผู้ดี มีน้ำตาลสูงกว่าโดนัทออริจินัลเกลซ จากคริสปี้ครีมมากถึง 13 เท่า !! .. ใครว่ากินโดนัทแล้วอ้วน งานนี้กินสมูธตี้แล้วอ้วนกว่าเห็น ๆ

ถึงข้อมูลการวิเคราะห์นี้จะมาไกลจากแดนผู้ดี แต่ก็เป็นอะไรที่ใกล้ตัวเรามากเช่นเดียวกัน เพราะพฤติกรรมการกินของคนในบ้านเราก็ใกล้เคียงกับบ้านเขามากขึ้นทุกวัน ทั้งเรื่องการกินขนมหวาน อย่างโดนัท เค้ก มัฟฟิน และจิบเครื่องดื่มอย่างชา (ชานม) กาแฟ และน้ำปั่นเป็นของว่างระหว่างวัน หรือบางคนกินแก้หิวแทนข้าวทั้งมื้อเลยก็มี แถมยังใช้การเปรียบเทียบความหวานกับโดนัทคริสปี้ครีมรสออริจินัลเกลซ ที่บ้านเราก็มีขายเหมือนกันอีกต่างหาก จึงอยากจะหยิบยกเรื่องราวนี้ที่เว็บไซต์เดลี่เมลได้นำเสนอไว้เมื่อวันที่ 29 กันยายน มาฝากกันค่ะ

จากผลรายงานเรื่องความอ้วนฉบับล่าสุด ที่ปรากฏว่าอังกฤษเป็นประเทศที่ประชากรอ้วนมากที่สุดในแถบยุโรป ทางแดนผู้ดีจึงตื่นตัวในการรณรงค์ให้หันมาตระหนักถึงปริมาณน้ำตาลที่บริโภค เข้าไปในแต่ละวัน โดยปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมสำหรับการบริโภคในแต่ละวันควรอยู่ที่ 120 และ 90 กรัม สำหรับผู้ชายและผู้หญิงตามลำดับ

แต่แล้วก็กลับพบว่า ในบรรดาเมนูยอดฮิตที่ชาวผู้ดีนิยมบริโภคกันนั้น ตัวอย่างเช่น เรดเบอร์รี่ฟรุตคูลเลอร์แก้วใหญ่ จากร้านคอสต้า กลายมาเป็นเครื่องดื่มเจ้าปัญหา เมื่อมันมีน้ำตาลมากถึง 97.1 กรัม หรือนับเป็น 24 ช้อนชา (อุต๊ะ !!) เทียบกับโดนัทออริจินัลเกลซหนึ่งชิ้น ที่สาว ๆ ต่างระแวดระวังว่ากินแล้วอ้วนฉุแน่ ๆ กลับมีน้ำตาลอยู่เพียง 7 กรัมเท่านั้น เจ้าน้ำปั่นที่ชื่อฟังดูแสนเป็นมิตรจึงมีน้ำตาลมากกว่าโดนัทเพลน ๆ หนึ่งชิ้นถึง 13 เท่า ที่สำคัญกินหนึ่งแค่หนึ่งแก้วก็ได้น้ำตาลเกินพิกัดที่ร่างกายของคุณสาว ๆ ต้องการต่อวันไปแล้วด้วย

นอกจากเครื่องดื่มจากร้านคอสต้าแล้ว ผลการวิเคราะห์นี้ยังขยายไปถึงร้านเครื่องดื่มยอดฮิตอย่างสตาร์บัคส์ โดยผลการวิเคราะห์ได้ออกมาว่า เฟรปปูชิโน่แก้วใหญ่ (590 มล.) ไม่ใส่วิปครีม ก็มีน้ำตาลถึง 61.6 กรัม และยังมีครั้นชี่คอร์นเฟลคพร้อมนมมีน้ำตาล 17 กรัม บิ๊กวอปเปอร์จากเบอเกอร์คิงมีน้ำตาล 11 กรัม ล้วนมีน้ำตาลมากกว่าโดนัทหนึ่งชิ้นที่เคยสบประมาทไว้ทั้งสิ้น

แม้ตัวอย่างเหล่านี้จะมีเพียงเล็กน้อย แต่ก็เป็นตัวอย่างของกินที่ใกล้ตัวเราในชีวิตประจำวันมากทีเดียว และจะเห็นได้ว่าหากกินเข้าไปมาก ๆ ในวันหนึ่ง ๆ ก็จะได้รับน้ำตาลเกินพิกัดที่ร่างกายต้องการแน่นอน

แจ็ค วิงเคลอร์ อาจารย์และหนึ่งตัวตั้งตัวตีรณรงค์ให้คนอังกฤษหันมาตระหนักกับปริมาณน้ำตาล ที่บริโภคเข้าไปในแต่ละวันกล่าวว่า ในปัจจุบันผู้คนกินอาหารที่ปรุงแต่งรสหวานมากเกินไป ทั้งเกินไปในเรื่องรสชาติและเกินไปในแง่ของปริมาณ จึงนำมาสู่ผลกระทบต่อสุขภาพในที่สุด โดย 8 ใน 10 จากการสำรวจความคิดของแพทย์ทั่วโลกระบุตรงกันว่า การรับประทานหวานมากเกินไปนำมาสู่ปัญหาสุขภาพ อย่างโรคอ้วนและโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ซึ่งพบว่าคนยุคใหม่ถูกโรคทั้งสองนี้คุกคามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวัยผู้ใหญ่หรือวัยเด็กก็ตาม

จึงถึงเวลาแล้วหรือยังคะ ที่ควรจะตระหนักถึงพฤติกรรมการบริโภคความหวานในชีวิตประจำวันของเรา ลด ละ ความหวานลงไปหน่อย กินให้น้อยลงบ้าง หรือใช้ผลิตภัณฑ์ให้ความหวานทดแทนน้ำตาลบ้างก็คงจะดี เพราะความหวานจับใจที่มากเกินไปนี้ไม่ได้ให้คุณค่าทางโภชนาการใด ๆ กับคุณเลย นอกจากจะมอบโรคบ่อนทำลายสุขภาพไปก็เท่านั้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : kinjung.net

Advertisements