ท่าบริหาร คอ หน้าอก และบั้นท้าย ไม่ควรปล่อยให้หย่อนคล้อย

ท่าบริหาร คอ หน้าอก และบั้นท้าย ไม่ควรปล่อยให้หย่อนคล้อย

ใบหน้าสวยสดใส

ท่าบริหาร คอ หน้าอก และบั้นท้าย ไม่ควรปล่อยให้หย่อนคล้อย

“ความหย่อนคล้อย” สัญญาณแห่งวัยที่ไม่มีเช็กลิสต์ส่งมาเตือนล่วงหน้าเหมือนบิลค่าโทรศัพท์ แต่ถ้าไม่คอยสังเกตกันให้ดีก็อาจเรียกคืนความอ่อนวัยกลับมาไม่ทัน โดยเฉพาะ 3 จุดเด่นสังเกตเห็นง่าย คอ หน้าอก และบั้นท้าย ที่เราไม่ควรปล่อยให้หย่อนคล้อยดูไม่ดี แม้ถึงวัยอันควรแล้วก็ตามที

จุดที่ 1 “คอ”

“คอ” เป็น บริเวณบอบบางเช่นเดียวกับใบหน้าซึ่งสามารถโกงอายุให้คุณดูแก่กว่าวัยด้วย ปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย ผิวบริเวณลำคอ คอย่นเป็นชั้นเล็ก ๆ เสียดสีกันจนเกิดรอยดำคล้ำชัดเจน หรือมีเนื้อที่คอมากไปจนดูเหมือนมีคางสองชั้น เป็นต้น และเมื่อปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว จุดสังเกตเห็นง่ายนี้จะเป็นตัวบ่งบอกว่าคุณดูแลตัวเองดีหรือไม่

ปัจจัยความหย่อนคล้อย

1.อายุ : ปัจจัย ต้นเหตุที่คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ ปริมาณคอลลาเจนใต้ผิวหนังก็ค่อย ๆ ลดลงตามวัยเท่านั้น รวมทั้งความชุ่มชื้นและความเต่งตึงย่อมลดลงด้วย ประกอบกับแรงโน้มถ่วงของโลกที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับอายุ ส่งผลให้เราหย่อนคล้อย ร่วงโรยไปบ้างโดยที่ไม่รู้ตัว

2.น้ำหนักตัว : เป็นสิ่งที่ดีหากคุณพยายามจะควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกินมาตรฐาน เพราะเมื่อน้ำหนักขึ้น ร่างกายคุณก็จะขยายตามไปด้วย ทำให้ผิวแตกลายในจุดที่สังเกตง่าย เช่น หน้าท้อง สะโพก และก้น และยังทำให้ผิวบริเวณคอขยายตัวเป็นถุงด้วย แต่ในทางกลับกันเมื่อคุณตัวผอมลง เนื้อที่คอย่อมหายไปด้วย ซึ่งอาจเหลือไว้แต่ริ้วรอยให้หนักใจเล่น หากเป็นเช่นนี้อยู่ประจำก็ย่อมส่งผลต่อผิวบริเวณคอให้หย่อนคล้อยในเวลาต่อมา

3.การใช้ชีวิต : หากไลฟ์สไตล์คุณสุดเหวี่ยง เช่น สูบบุหรี่จัด ติดสุรา ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงไม่ทาครีมป้องกันแสงแดดเป็นประจำ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นตัวเร่งให้แก่ก่อนวัยอันสมควร เพราะไม่ว่าจะเป็นนิโคติน แอลกอฮอล์หรือแสงแดด ล้วนเป็นมลพิษที่เรามองไม่เห็น แต่ทำอันตรายต่อผิวบริเวณคอให้แห้งกร้าน ดำคล้ำ และหย่อนคล้ายไม่น่ามองเมื่อคุณยิ่งอายุมากขึ้น

“2 นาที” บริหารกระชับคอ ซึ่งง่ายและทำที่ไหนก็ได้

1.นั่งหลังตรงในท่าที่สบาย เอนศีรษะไปทางด้านหลังอย่างช้า ๆ แล้วค้างไว้ 10 วินาที (หรือจนกว่าคุณจะเมื่อยแนวขากรรไกร) แล้วเอนศีรษะกลับมาตรงเหมือนเดิม ทำซ้ำ 5 ครั้ง

2.นั่งหน้าตรงโดยไม่งอไหล่ แล้วหันศีรษะไปทางไหล่ขวา ทำค้างไว้ 5 วินาที (หรือจนกว่าคุณจะเมื่อย) แล้วสลับมาบริหารข้างซ้าย ทำซ้ำ 3 ครั้ง

3.นั่งหน้าตรงไม่งอไหล่ แล้วโน้มศีรษะไปทางไหล่ขวา ทำค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 3 ครั้ง จากนั้นโน้มศีรษะกลับมาหน้าตรง แล้วสลับมาบริหารข้างซ้ายทำซ้ำ 3 ครั้ง

Eating Tips :

เน้นบริโภคแร่ธาตุจากผักใบเขียววิตามินจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี ถั่วและเมล็ดธัญพืช เพื่อช่วยต้านริ้วรอย และคืนความชุ่มชื่นให้กับผิว

หน้าอกสาว

 

จุดที่ 2 “หน้าอก”

“หน้าอก” มี โครงสร้างหลักคือไขมัน ดังนั้นหน้าอกจึงเป็นส่วนสำคัญที่บอกถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้อย่าง ชัดเจนเมื่ออายุยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือเมื่อน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง และยังรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบให้หน้าอกหย่อนคล้อยเป็นถุงกาแฟได้

ปัจจัยความหย่อนคล้อย

1.ตั้งครรภ์ : ในช่วงตั้งครรภ์ ฮอร์โมนเอสโตรเจน และฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนจะไปกระตุ้นเต้านมให้ต่อมน้ำนมผลิตน้ำนม ส่งผลให้ขนาดเต้านมเพิ่มขึ้น เนื่องจากท่อน้ำนมประมาณ 15-20 ท่อจะแตกตัวมากกว่าปกติ และเมื่อเด็กหย่านมแล้ว เต้านมก็จะหดตัวลงเหลือขนาดเท่าเดิม หรือเล็กลงกว่าเดิม ดังนั้นเมื่อหน้าอกเกิดการขยายขนาดนานในช่วงระยะหนึ่ง แล้วเกิดการลดตัวลงหลังจากนั้น ก็ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะหน้าอกคล้อยตามมาด้วย

2.พันธุกรรม : เป็นโครงสร้างทางชีวภาพของหน้าอกซึ่งสัมพันธ์กับน้ำหนักตัว ทั้งนี้หากมีโครงสร้างทางพันธุกรรมหน้าอกใหญ่ ก็จะยิ่งประสบกับปัญหาหน้าอกคล้อยได้ง่ายกว่าคนในวัยเดียวกัน

3.การออกกำลังกาย : กิจกรรม เพื่อสุขภาพที่ทำเป็นประจำ เช่น วิ่ง เทนนิส แบดมินตัน ก็มีส่วนทำให้หน้าอกหย่อนคล้อยได้โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน ซึ่งวิธีที่จะช่วยรักษาทรงหน้าอกได้ในระยะหนึ่งก็คือ “บรา” ดังนั้นควรสวมสปอร์ตบราเพื่อทำให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น หากต้องมีอิริยาบท วิ่ง หรือกระโดด สปอร์ตบราจะช่วยพยุง หน้าอกไม่ให้แกว่งไปมาตามแรงโน้มถ่วงในขณะที่กำลังออกแรง

บริหารหน้าอก

สิ่งที่ต้องเตรียม

1.แผ่นรองโยคะ (อาจเป็นฟูกหรือผ้าปูที่ค่อนข้างหนานะคะ เพื่อป้องกันอันตรายที่หลังขณะบริหาร)

2.ดัมเบลขนาดประมาณ 1.5-2 กิโลกรัม 1 คู่ (1 ปอนด์ เท่ากับ 2 กิโลกรัม)

“1 นาที” บริหารหน้าอกที่ไม่ใช่แค่ยกกระชับ แต่ยังเพิ่มขนาดจนดูเซ็กซี่ได้

Step 1 : นอน ราบกับแผ่นรองโยคะ ปลายเท้าชิดกัน จับดัมเบลในท่าแขนกางออกสุดแล้วค่อย ๆ ยกเข้าหาตัวอย่างช้า ๆ ทำค้างไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วยกดัมเบลออกจากตัวโดยแขนกางออกสุด ทำซ้ำอีก 5 ครั้ง (หรือจนกว่าคุณจะเริ่มรู้สึกเมื่อยบริเวณข้อพับแขน)

Step 2 : เปลี่ยนทำจับดัมเบล ให้อยู่ในท่าจับดัมเบลชิดกันไว้ตรงหน้าอก แล้วยกดัมเบลขึ้นตรงให้สุดแขนอย่างช้า ๆ โดยไม่กางแขนออก ค้างไว้ 5 วินาที แล้วยกลงอย่างช้า ๆ ให้มาหยุดที่บริเวณหน้าอกตามเดิม ทำซ้ำอีก 5 ครั้ง (หรือจนกว่าคุณจะเริ่มรู้สึกเมื่อยบริเวณข้อพับแขน)

Step 3 : จับดัมเบลชิดกันไว้ตรงหน้าอก แล้วยกขึ้นตรงให้สุดแขนอย่างช้า ๆ โดยไม่กางแขนออก แล้วเริ่มกางแขนยกดัมเบลเข้า-ออก อย่างช้า ๆ ทำซ้ำ 10 ครั้ง (หรือจนกว่าจะเริ่มเมื่อยบริเวณหัวไหล่) แล้วยกดัมเบลลงมาไว้ที่หน้าอกอย่างช้า ๆ เมื่อทำจนครบแล้ว

Home Remedy :

บริหารด้วยฝ่ามือโดยการนวดเข้าเป็นวงตามเข็มนาฬิกา นวดนานประมาณ 15 นาที ขั้นตอนนี้คุณอาจนวดไปพร้อมกับครีมกระชับทรวงอกหรือครีมบำรุงผิว

Eating Tips :

เน้นบริโภคโปรตีนจำพวกเนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว นม เพื่อบำรุงกล้ามเนื้อ และฮอร์โมนเพศ

บั้นท้าย

 

จุดที่ 3 “บั้นท้าย”

“บั้นท้าย” อาจทำให้คุณหนักใจชนิดที่แก้ไม่หายขาดเลยทีเดียว เพราะเมื่อน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น ขนาดต้นขาก็จะใหญ่ขึ้นตามด้วย ดังนั้น อย่าแปลกใจถ้าวันหนึ่งคุณใช้เวลานานกับการใส่สกินนี่ยีนส์ตัวโปรด หรือเลือกหยิบกระโปรงมาใส่บ่อยครั้งกว่าหยิบกางเกง

ปัจจัยความหย่อนคล้อย

1.นั่งประจำที่ : พนักงาน ออฟฟิศคงหลีกเลี่ยงปัจจัยนี้ไม่ได้ เนื่องจากส่วนใหญ่ต้องนั่งทำงานทั้งวัน ทำให้สิ่งที่บริโภคเข้าไปร่างกายนำไปใช้งานไม่หมด และถูกเก็บสะสมไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะบั้นท้าย หรือที่เราเรียกว่า “ลงก้น” นั่นเอง

2.แป้ง และน้ำตาล : นี่คือตัวร้ายที่ก่อให้เกิด “เซลลูไลท์” หรือ “ผิวเปลือกส้ม” ที่ส่งผลให้ต้นขาและบั้นท้ายของคุณมีลักษณะเนื้อบุ๋ม และขรุขระเหมือนผิวเปลือกส้ม ซึ่งเซลลูไลท์เกิดจากการที่บริโภคขนมปัง น้ำอัดลม กาแฟใส่นม ขนมขบเคี้ยว และขนมหวานอื่น ๆ เข้าไปแล้วร่างกายไม่ได้นำไปใช้เป็นพลังงาน ก็จะถูกสะสมในรูปไขมันตามบริเวณหน้าท้อง สะโพก ต้นขา โดยเฉพาะก้นทำให้ขนาดเปลี่ยนไปจากเดิม และหย่อนคล้อยในที่สุด

“2 นาที” บริหารส่วนบั้นท้ายให้กระชับ

1.ยืนตรงขาชิดกันพร้อมมือเท้าสะเอว กางขาออก แล้วเริ่มงอขาขวาพร้อมย่อตัวลง โดยยืดขาซ้ายให้สุด ทำค้างไว้ 5 วินาที และยืดตัวขึ้นกลับมาในท่ากางขา ทำซ้ำ 5 ครั้งจนครบเซ็ทแล้วเปลี่ยนสลับมาบริหารขาซ้ายเช่นเดียวกัน

2.ยืนตรงขาชิดกันพร้อมมือเท้าสะเอว ก้าวขาขวาไปข้างหน้ายืดให้สุด จากนั้นย่อหัวเข่าขาขวาลงให้ข้อพับขาซ้ายหลังเหยียดเล็กน้อย เอนลำตัวไปข้างหน้า ทำค้างไว้ 3 วินาที แล้วดึงลำตัวกลับมาให้ตรงในท่าหัวเข่าไม่งอ ทำซ้ำ 5 ครั้งจนครบเซ็ท แล้วเปลี่ยนสลับมาบริหารขาซ้ายเช่นเดียวกัน

3.(หาพนักเก้าอี้ หรือวัตถุอื่นที่คุณสามารถเกาะได้) ยืดแขนสุดในขณะจับพนักเก้าอี้ในท่ายืนตัวตรงขาชิด แล้วเริ่มแกว่งขาขวาไปข้างหน้า-หลัง ในขณะที่แกว่งไปข้างหน้าย่อตัวเล็กน้อยเพื่อให้แกว่งขาได้สูงขึ้น และในขณะที่แกว่งขาไปข้างหลังควรแอ่นหน้าอกเล็กน้อยเพื่อให้แกว่งขาไปข้าง หลังได้สะดวกขึ้น ทำประมาณ 10 ครั้งจนครบเซ็ท และเปลี่ยนมาบริหารขาซ้ายเช่นเดียวกัน

4.(หาพนักเก้าอี้ หรือวัตถุอื่นที่คุณสามารถเกาะได้) ยืดแขนสุดในขณะจับพนักเก้าอี้ในท่ายืนตัวตรงขาชิด แล้วเริ่มกางขาขวาออกข้างแล้วยกขึ้น-ลง ทำประมาณ 10 ครั้งจนครบเซ็ท และเปลี่ยนมาบริหารขาซ้ายเช่นเดียวกัน

Home Remedy :

ฝึกแขม่วหน้าท้องพร้อมขมิบก้น ก็สามารถช่วยลดขนาดของบั้นท้ายได้ และยังทำให้บั้นท้ายกระชับทรงขึ้นอีกด้วย ในเริ่มแรกคุณอาจฝึกขมิบให้นาน 5 นาที เมื่อคุณเริ่มชินแล้วก็เพิ่มเวลาให้นานขึ้น

Eating Tips :

บริโภคแต่น้อยในอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต แป้ง น้ำตาล และน้ำมัน ให้เน้นบริโภคอาหาร จากธัญพืชขัดสีเช่น โฮลวีต โฮลเกรน ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ เป็นต้น

เทคนิคสวย 3 จุดที่สุขกายสบายใจนำมาฝากนี้เป็นวิธีการกระชับสัดส่วนอย่างง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณมีหุ่นที่เฟิร์มขึ้น ดูดีจากภายนอกได้โดยใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าจะให้ดีควรบำรุงให้สวยจากภายในด้วยการกินอาหารอย่างถูกต้อง ที่สำคัญคือปล่อยวางจิตใจไม่ให้ตึงเครียดจนเกินไป ร่างกายก็จะทำงานอย่างเป็นปกติในทุก ๆ วันค่ะ

Advertisements