“มาร์เล็กซ์”(marlex) เย็บพลาสติกติดลิ้น เพื่อลดน้ำหนัก

“มาร์เล็กซ์”(marlex) เย็บพลาสติกติดลิ้น เพื่อลดน้ำหนัก

มาร์เล็กซ์ marlex เย็บพลาสติกติดลิ้น เพื่อลดน้ำหนัก

“มาร์เล็กซ์”(marlex) เย็บพลาสติกติดลิ้น เพื่อลดน้ำหนัก

บางทีความอยากสวยก็ทำให้ผู้หญิงตัดสินใจทำอะไรที่เอ็กซ์ตรีมซะจนเกินคาด ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นเรื่องการศัลยกรรมที่ทั้งผ่า ทั้งตัด ทั้งยัด ทั้งเหลา ถ้าได้เห็นกระบวนการขั้นตอนการทำก็ยิ่งน่าหวาดเสียว เพราะมีแต่เนื้อสด ๆ กับเลือดทั้งนั้น คราวนี้ลองมาดูอีกหนึ่งความน่าหวาดเสียวของการอยากสวย ที่ไม่ใช่การผ่า เหลา  ตัด หรือยัดอะไรทั้งสิ้น ไม่ได้โมดิฟายร่างกายส่วนไหนให้ใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง แต่มันเป็นวิธีการสุดซาดิสต์เพื่อลดความอ้วน สำหรับผู้ที่ไม่เข้มแข็งพอจะหักห้ามใจตัวเองเรื่องควบคุมการรับประทานอาหาร ได้ ก็จัดการ “เย็บลิ้น” ซะเลย จะได้เจ็บจนไม่ต้องไปกินอะไรให้อ้วนอีก!

การ “เย็บลิ้น” เป็นวิธีการควบคุมน้ำหนักที่ดอกเตอร์นิโคลาส ชูเก้ ศัลยแพทย์จากคลินิกความสวยความงามแห่งหนึ่งในย่านเบเวอร์ลีฮิลส์ สหรัฐฯ ได้เริ่มใช้กับคนไข้ของเขามาตั้งแต่ปี 2009 ที่การันตีว่าได้ผลดีถึงขนาดช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 30 ปอนด์ (ประมาณ 13.6 กิโลกรัม) ภายในหนึ่งเดือน โอ้โห อะไรจะมหัศจรรย์ขนาดนั้น!!

ทว่าน้ำหนักที่ลดลงฮวบฮาบเป็นสิบกว่ากิโลฯ ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น ก็ต้องแลกมากับความเจ็บปวด เพราะกระบวนการเย็บลิ้นที่ว่า คือการเย็บพลาสติกแผ่นเล็ก ๆ ที่เรียกว่า “มาร์เล็กซ์” (marlex) ซึ่ง เป็นพลาสติกชนิดพิเศษที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคไส้เลื่อน และเป็นวัสดุสำคัญในการทำฮูลาฮูป ติดลงไปบนลิ้นของผู้ป่วย เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่บนลิ้นตลอดเวลา ก็จะทำให้การรับประทานอาหารโดยเฉพาะอาหารแข็งลำบากขึ้น ตามโปรแกรมลดน้ำหนักของคลินิกแห่งนี้ก็จะจัดอาหารเหลวที่อุดมไปด้วยสารอาหาร ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันไว้อย่างครบพร้อม โดยให้พลังงานเพียง 800 แคลอรี่ต่อวัน ให้ผู้ป่วย และกินต่อเนื่องกันไปเช่นนี้เป็นเวลา 1 เดือน ก็จะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้

อย่าง ไรก็ดี หากตัดสินใจลดความอ้วนด้วยวิธีนี้แล้วก็ต้องเตรียมใจรับความเจ็บปวด และความยากลำบากในการดำรงชีวิต ผู้ป่วยหลายคนมีอาการลิ้นบวม ประสบปัญหาในการพูดและการออกเสียง รวมทั้งทำให้นอนหลับยากขึ้น ที่สำคัญ ห้ามปล่อยพลาสติกที่เย็บติดลิ้นทิ้งไว้นานเกิน 1 เดือน เพราะช่วงหลังจาก 1 เดือนเป็นต้นไปบาดแผลจะเริ่มสมานและอาจกินเนื้อพลาสติกให้อยู่ติดกับลิ้นไป ถาวรเลยก็เป็นได้

ดอกเตอร์ ชูเก้กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มให้บริการลดความอ้วนด้วยวิธีนี้มาตั้งแต่ปี 2009 เขาได้ลงมือเย็บลิ้นให้ผู้ป่วยไปประมาณ 60 กว่าคนเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าคนที่ยอมเจ็บตัวแบบแอบซาดิสต์เพื่อความสวยมีอยู่จริง แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก แถมราคาค่าบริการก็แพงลิบอยู่ที่ 2,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 60,000 บาท) แถมเย็บแล้วก็ยังต้องรีบมาเอาออกภายในเดือนเดียวเท่านั้นด้วย

เมื่อลองสลับไปดูประเทศแห่งการศัลยกรรมอย่างเวเนซุเอลา ที่ซึ่งผู้หญิงทุกคนให้ความสำคัญกับความสวยความงามไม่เบา และสาว ๆ ต่างก็นิยมทำศัลยกรรมเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้นกันเป็นเรื่องปกติ จึงได้พบว่ามีการให้บริการเย็บลิ้นเพื่อลดความอ้วนเช่นกัน และราคาก็ถูกกว่ากันเกิน 10 เท่าเสียด้วย เจ้าหน้าที่จากคลินิกแห่งหนึ่งที่ให้บริการนี้บอกว่า มีผู้ป่วยมาขอเย็บลิ้นเพื่อลดความอ้วนกันสูงถึงกว่า 900 รายภายในเวลาหนึ่งเดือนเท่านั้น เรียกได้ว่าอะไรที่เห็นผลเร็ว สวยทันใจในเวลาสั้น ๆ ผู้หญิงเวเนซุเอลาก็พร้อมจะโถมเข้าใส่แบบลืมสนใจความเสี่ยงไปเลย

ผู้ที่มาทำการขอเย็บลิ้นเพื่อลดความอ้วนคนหนึ่งบอกว่า เธอไม่มีความตั้งใจและความแน่วแน่มากพอที่จะควบคุมเรื่องนิสัยการกินของตัว เองได้ จึงตัดสินใจเลือกการเย็บลิ้นเป็นทางออก เพราะมันจะทำให้เธอกินอะไรได้ลำบากขึ้น และจะลดความอ้วนได้สำเร็จแน่ ๆ

ภาวนาว่าวิธีลดความอ้วนแบบเอ็กซ์ตรีมขนาดนี้คงมาไม่ถึงบ้านเรา รวมทั้งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณผู้หญิงคงจะมีความพยายามในการควบคุมเรื่อง อาหารการกินของตัวเองได้มากพอที่จะไม่ต้องพึ่งวิธีลดความอ้วนที่แสนจะ ฮาร์ดคอร์แบบนี้นะคะ เพราะมันน่าหวาดเสียวจริง ๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : drchugay.com

Advertisements