ทำอย่างไรห่างไกลฝ้า

ทำอย่างไรห่างไกลฝ้า

ผิวหน้าใส

ทำอย่างไรห่างไกลฝ้า

หนึ่งในปัญหาผิวที่มักกวนใจสาวๆ นั่นก็คือ การเกิดฝ้า และแม้ว่าฝ้าจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงใดๆ แต่ก็สร้างความรำคาญใจ บั่นทอนความมั่นใจของคนที่เป็นได้ไม่น้อย ดังนั้น มาทำความรู้จักผิวให้ลึกซึ้งและรู้วิธีป้องกัน วิธีรักษาผิวอย่างถูกต้องกันดีกว่า

พญ.เนตรนภา ยังรอด แพทย์ผิวหนังและความงาม บอกว่า โดยมากฝ้ามักเกิดกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปจนถึงผู้สูงอายุ ปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้ามีหลายสาเหตุ หรืออาจจะเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกันก็ได้ เช่น ฮอร์โมนในร่างกายมีการสร้างเม็ดสีมากผิกปกติ หรือเกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย โดยมากจะเกิดกับหญิงตั้งครรภ์ พันธุกรรมในผู้ป่วยบางรายที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นฝ้า มีโอกาสเป็นได้ประมาณ 30-50% การแพ้เครื่องสำอาง หรือกินยาบ้างชนิด เช่น ยาคุมกำเนิดเป็นประจำไม่ว่าจะเป็นแบบฉีด หรือแบบรับประทาน แต่สาเหตุหลักที่พบได้บ่อย คือ เกิดจากแสงแดด ที่มีทั้งรังสียูวีเอ ยูวีบี และ Visible Light ที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดฝ้า บริเวณที่พบว่าเกิดฝ้าได้บ่อย เช่น โหนกแก้มทั้งสองข้าง จมูก ริมฝีปาก หรือลามไปทั่วใบหน้า

การรักษาฝ้าต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของฝ้า ซึ่งมี 2 ชนิด ได้แก่

1.ฝ้าแบบตื้น จะอยู่ในระดับผิวหนังชั้นนอก สามารถรักษาให้หายได้ โดยใช้กรดผลไม้ และกรดวิตามินเอในการช่วยผลัดเซลล์ผิว ร่วมกับการใช้ยาทาที่มีส่วนผสมของ Hydroquinone ซึ่งจะช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งไม่ควรซื้อมาใช้เอง แต่ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ และอีกวิธีในการรักษา คือ การใช้เลเซอร์ และการทำทรีทเม้นท์ซึ่งจะเห็นผลค่อนข้างเร็ว แต่มีค่าใช้จ่ายสูง

2.ฝ้าแบบลึก จะเกิดในระดับชั้นผิวหนังแท้ มีลักษณะเป็นสีม่วงอมน้ำเงิน รักษายากกว่าฝ้าแบบตื้น ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด เพียงแต่มีวิธีให้จางลงในระดับที่ดีที่สุดเท่านั้น การทำเลเซอร์มีบทบาทมากในฝ้าแบบลึกนี้แ ต่สิ่งสำคัญหลังการรักษาด้วยวิธีต่างๆ คือการป้องกันการสร้างเม็ดสีที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ โดยการหลีกเลี่ยงแสงแดดและทาครีมกันแดดเป็นประจำ สำหรับครีมกันแดดที่เหมาะสมควรมี SPF-30 ขึ้นไป หากจำต้องอยู่กลางแดดจัดๆ ควรสวมหมวกหรือกางร่มเพื่อป้องกันแดดด้วย

Advertisements