การลดน้ำหนัก ที่ไม่ได้เริ่มต้น ด้วยข้ออ้างต่างๆ

การลดน้ำหนัก ที่ไม่ได้เริ่มต้น ด้วยข้ออ้างต่างๆ
ชั่งน้ำหนัก ตาชั่ง

การลดน้ำหนัก ที่ไม่ได้เริ่มต้น ด้วยข้ออ้างต่างๆ

มีหลากหลายเหตุผลที่คุณสาว ๆ มักใช้เป็นข้ออ้างว่าคงเดินหน้าตามแผนลดน้ำหนักไม่ได้หรอก เพราะทั้งไม่มีเวลา ไม่มีความอดทนมากพอ ซึ่งถ้าคุณยังได้แต่อ้าง แต่ไม่ยอมลงมือทำ ก็คงไม่เห็นความสำเร็จอยู่เบื้องหน้าแน่ ๆ ลองเป็นแบบนี้ก็ต้องมาปราบข้อแก้ตัวเหล่านั้นให้หมดไปซะก่อน ด้วยวิธีรับมือเด็ด ๆ ต่อไปนี้

ข้ออ้างที่ 1 : ไม่มีเวลาปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ

คำว่า “ไม่มีเวลา” เป็นข้ออ้างสุดฮิตของทุกคนที่ใช้ปฏิเสธทุกกิจกรรมที่เราไม่อยากทำ (หรือไม่จริง?) แต่ ถ้าคุณบอกว่าตัวเองไม่มีเวลาทำอาหารแบบพิถีพิถันเพื่อสุขภาพที่ดีขนาดนั้น ก็ลองเลือกใช้วิธีซื้อส่วนประกอบของอาหารที่ดูแล้วมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาแทน สิ เช่น จากปกติซื้อข้าวขาวก็เปลี่ยนมาซื้อข้าวซ้อมมือแทน หรือเวลาซื้อเนื้อไก่ก็เลือกส่วนไขมันออก กินแต่เนื้อที่ไม่มีไขมัน และพยายามซื้อผักผลไม้ติดบ้านให้มากขึ้น เท่านี้เมนูเดิม ๆ ของคุณก็กลายเป็นเมนูได้สุขภาพมากขึ้นแล้วขั้นหนึ่ง

แต่ถ้าคุณเป็นคนไม่ทำอาหาร ชอบออกไปทานนอกบ้าน ก็ควรจะรู้ว่าควรทานอะไรถึงจะดี ถ้าชอบทานข้าวหมูแดงก็ไม่ควรทานส่วนมัน ๆ หรือหมูกรอบ ถ้าชอบทานสเต็ก ก็ต้องรู้ว่าสเต็กปลาหรือไก่ และสลัดผักน้ำใส น่าจะเหมาะกว่าหมู เนื้อ หรือเฟรนช์ฟรายส์ แต่ถ้าชอบนั่งชิล ๆ ในร้านอาหาร ก็ควรอ่านเมนูให้ละเอียดแล้วเลือกทานอาหารที่มีส่วนผสมเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งมีให้เลือกแน่ ๆ เพียงแต่ว่าอาจเป็นอาหารที่คุณไม่ชอบทาน (หรือเปล่า?) ถ้าอยากสุขภาพดีก็จะต้องเปลี่ยนล่ะ

ข้ออ้างที่ 2 : ไม่มีเวลาออกกำลังกาย

พูดคำนี้เป็นครั้งที่เท่าไรในเดือนแล้วน้า…จำไม่ได้สักที เพราะพูดบ่อยมากเลย แล้วเคยนั่งคิดอย่างจริง ๆ จัง ๆ สักทีไหมคะว่าเรา “ไม่มีเวลา” จริง ๆ เหรอ หรือไม่อยากจัดกิจกรรมการออกกำลังกายลงในตารางชีวิตกันแน่เอ่ย

ถ้า ใครมีปัญหาแบบนี้ ก็แนะนำให้ตั้งใจจริงดูสักครั้ง โดยเริ่มต้นอาจจะเลือกสัก 2-3 วันในสัปดาห์มาทำกิจกรรมบริหารร่างกายเพิ่มขึ้น ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องไปเข้าฟิตเนสอะไรให้ยุ่งยาก หรือเสียเวลาเดินทางเลย สามารถเริ่มออกกำลังกายแบบง่าย ๆ ได้จากที่บ้าน เช่น ระหว่างนั่งดูทีวี ก็อย่านั่งเฉย หรือนั่งหยิบขนมเข้าปาก ให้ลุกขึ้นมากระโดดตบบ้าง แกว่งแขนบ้าง หรือวิ่งอยู่กับที่ หรือจะเล่นโยคะก็ได้ ถ้ารายการโปรดนั้นยาว 1 ชั่วโมง คุณก็เบิร์นแคลอรี่ไปได้มากโขอยู่นะ

นอกจากนี้ คุณยังสามารถขยับเขยื้อนร่างกายในระหว่างวันได้อีกมาก เช่น จอดรถให้ไกลหรือลงรถเมล์ก่อนถึงที่หมาย 1 ป้าย เพื่อจะได้เดินให้มากขึ้น เปลี่ยนจากการใช้ลิฟต์เป็นขึ้นบันไดที่จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อหัวใจ หรือขณะนั่งเก้าอี้ทำงานหลังขดหลังแข็ง จะแอบยกเข่าขึ้นลงสลับกันไปมาเรื่อย ๆ แล้วลุกเดินบ้างทุกชั่วโมง ก็ช่วยเบิร์นแคลอรี่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ข้ออ้างที่ 3 : อาหารเพื่อสุขภาพส่วนใหญ่ราคาแพงเกินไป

หลายคนมักเข้าใจว่าอาหารที่ดีต่อสุขภาพ จำพวกอาหารเฮลตี้ทั้งหลายล้วนแล้วแต่มีราคาแพงทั้งนั้น แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้นเลย เพราะมีอาหารที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายที่ ราคาไม่ได้แพงจนเอื้อมไม่ถึง อย่างเช่นพวกข้าวซ้อมมือ โฮลเกรน หรือลีนโปรตีน (โปรตีนที่ปราศจากไขมัน) ที่หาทานง่าย ๆ อย่างไข่ไก่ เนื้อปลา ถั่วต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีราคาแพงอย่างที่คิด ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกทานอะไรเท่านั้นเอง หรือจะเลือกทานผักผลไม้ของไทยก็หาได้ง่ายทุกฤดูกาล แถมมีสรรพคุณชั้นเยี่ยมไม่ต่างจากผลไม้เมืองหนาวเลย จะต่างก็ตรงที่ผลไม้ไทยมีราคาถูกกว่ากันมาก ๆ เลยล่ะ ไม่จำเป็นต้องสรรหาของแพงเลยเห็นไหม

ข้ออ้างที่ 4 : ไม่อยากเข้ายิม หรือฟิตเนส

นี่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างในการไม่ออกกำลังกายเหมือนกันนะคะ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าเราสามารถออกกำลังกายได้ทุกที่ ไม่จำเป็นต้องไปเข้าฟิตเนสที่มีบรรยากาศชวนให้ออกกำลังกายเท่านั้น

อย่าง ถ้าคุณชอบการเดิน ก็ให้ลุกขึ้นมาเดินรอบ ๆ บ้าน หรือไปตามสวนสาธารณะสูดอากาศให้เต็มปอดก็ได้ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีสวนสาธารณะที่น่าเดินอยู่หลายแห่ง แถมบางแห่งยังมีเครื่องออกกำลังกายให้ใช้บริการฟรี ๆ ด้วย เช่นเดียวกับตามมหาวิทยาลัย ซึ่งถ้าคุณเป็นนักศึกษาของที่นั่น ก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้เหมือนกัน

นอกจากนี้ ยังมีการออกกำลังกายอีกหลายอย่างที่ทำได้เอง เช่นการเต้น ถ้าอายไม่กล้าไปเข้าคลาสที่ไหน ก็เปิดเพลงในห้องนอนให้ดังแล้วแดนซ์ไปตามเพลง หรือดูจากวิดีโอคลิปต่าง ๆ ที่สอนเต้นก็ได้ หรือจะลองเล่นโยคะ กระโดดตบ กระโดดเชือก เล่นฮูลาฮูป หรือแม้กระทั่งจูงสุนัขไปวิ่งเล่น ปั่นจักรยาน ก็เป็นวิธีออกกำลังกายที่ง่ายมากเลย

ข้ออ้างที่ 5 : เบื่ออ่ะ ! ต้องอดอาหาร กินอะไรก็ไม่อิ่ม

กินอะไรก็ไม่อร่อย กินอะไรก็ไม่อิ่ม เป็นอีกหนึ่งข้ออ้างที่พาลให้สาว ๆ ไม่อยากเข้าสู่โปรแกรมไดเอตเลย แต่จริง ๆ แล้ว การไดเอตที่ถูกต้องไม่ใช่การอดอาหาร แต่เป็นการทานอาหารให้ถูกต้องต่างหาก โดยเน้นคุณภาพของแคลอรี่ที่ทานเข้าไป และคุณก็ต้องจัดสรรอาหารแต่ละมื้อในสมดุลกันเพื่อระงับความหิว ที่สำคัญ คือต้องบริโภคโปรตีนในทุกมื้อด้วย เพราะอาหารประเภทโปรตีนทานแล้วอิ่มนาน อยู่ท้อง แต่ก็ต้องเป็นโปรตีนที่ดี อย่างเช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา ไข่ ถั่ว โยเกิร์ต

อีกอย่างก็คือ สาว ๆ ต้องดื่มน้ำให้มาก ๆ ด้วยนะ เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำแล้วส่งสัญญาณความกระหายออกมา ซึ่งขอบอกว่าบางคนเข้าใจสัญญาณผิดคิดว่า “ความกระหาย” ของเรา คือ “ความหิว” เลยต้องตัดใจหยุดแผนไดเอตแล้วกินเอากินเอา แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นเพราะคุณขาดน้ำก็ได้ค่ะ ลองดื่มน้ำให้มาก ๆ จะช่วยปราบความรู้สึกที่บอกว่าหิวได้

ข้ออ้างที่ 6 : จังก์ฟู้ด-น้ำอัดลม ของมันชอบ ห้ามใจไม่ไหวหรอก

อาหารประเภทจังก์ฟู้ด และเครื่องดื่มผสมน้ำตาลอย่างเช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ สมูทตี้ ชาเขียวพร้อมดื่ม ถือเป็นเป้าหมายเบอร์ต้น ๆ ที่ต้องเขียนไว้ในแผนไดเอตเลยว่า “ห้ามแตะ” แต่คนเราก็มักจะมีข้ออ้างว่า ของพวกนี้มันอร่อยจริง ๆ นะ ถ้าให้อดแบบนี้มีหวังลงแดงตายแน่ ๆ….คิดแบบนี้เลยไม่อยากเข้าแผนไดเอตใช่ไหมคะ แต่ขอบอกว่าถ้าคุณเป็นคนเอ็นจอยกับอาหารเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องงดก็ได้ (ถ้าอดไม่ไหวจริง ๆ) แต่ให้ทานให้ปริมาณที่เหมาะสม ย้ำ ! ว่าเหมาะสมนะคะ คือไม่ต้องทานมาก เอาแค่พอหายอยากหรือชิมรสสักนิดนั่นแหละพอ

แล้วถ้าคุณรู้สึกหิวขึ้นมาในช่วงระหว่างกำลังไดเอต ก็ขอให้เลือกทานของว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ให้พลังงานไม่เกิน 100 แคลอรี่ ถ้าชอบขนมขบเคี้ยวก็เลือกทานได้ไม่ว่ากัน อย่างเช่น ป๊อปคอร์นครึ่งถ้วย มันฝรั่งทอด 5 แผ่น ดาร์กช็อกโกแลต 1 ชิ้นเล็ก ๆ หรือจะกินไอศกรีมโลว์แฟต 1 ถ้วยเล็กก็ได้ คุณจะได้รู้สึกหายอยาก แถมอิ่มแบบเบา ๆ ด้วย

ข้ออ้างที่ 7 : เหนื่อยมากเลย ไปออกกำลังกายไม่ไหวจริง ๆ

ข้ออ้างของสาวทำงานในยุคนี้ที่ต้องทำงานตลอด 5-6 วัน จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน พอมีวันว่างสักวันก็ไม่อยากลุกขึ้นมาออกกำลังกายหรอก เพราะรู้สึกอ่อนเพลียเหนื่อยล้าไปหมด แต่จะเชื่อไหมคะถ้าเราจะบอกว่า การออกกำลังกายจะยิ่งเพิ่มพลังให้ร่างกายของคุณ แถมยังช่วยให้คุณนอนหลับได้สนิทด้วย

ถ้าไม่เชื่อก็ต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวเองด้วยการออกไปวิ่งตอนเช้า ๆ ทุกวัน สักวันละ 5 นาทีก็ได้ ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มเวลาขึ้น คุณ จะรู้สึกว่าตัวเองเฟรชสุด ๆ หรือหาเวลาเดินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างที่เคยแนะนำให้เดินขึ้นบันได จอดรถไกล ๆ แล้วเดินเข้าบ้าน หรือเดินเล่นในสวนสาธารณะก็ได้ ลองดูนะ

ข้ออ้างที่ 8 : การเริ่มต้นลดน้ำหนักเป็นเรื่องยากสุด ๆ

คำว่า “ลดน้ำหนัก” เป็นของแสลงสำหรับคุณผู้หญิงเหมือนกันนะ เพราะถ้าคุณคิดถึงคำนี้ขึ้นมาแสดงว่าคุณกำลังอ้วนขึ้นจนรู้สึกทนไม่ไหวแล้ว แต่เอาเข้าจริง ๆ หลายคนยังคิดว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะลดน้ำหนักได้จริง ๆ เลยไม่กล้าตัดสินใจจะเริ่มต้นสักที ลองเป็นเช่นนี้ก็แนะนำให้เริ่มจากวิธีง่าย ๆ ก่อน เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้คุณทำต่อไปได้

อย่าง เช่นถ้าคุณอดใจกับขนมของโปรดที่อยู่ตรงหน้าไม่ไหว ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องกินให้ได้ งั้นก็กินไปเลย ไม่ต้องใจจดใจจ่อกับการลดปริมาณอาหาร (ถ้าคุณยังทำไม่ได้) แต่ให้เปลี่ยนมาเพิ่มการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพให้มากขึ้น พอผ่านไปสักพักหนึ่งก็ค่อย ๆ ตัดใจจากของโปรดลงทีละน้อย

รู้ไหมว่าการที่เราสามารถข่มใจตัวเองให้เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อแผนได เอตของคุณได้ แทนที่จะไปหยิบขนมของโปรดตัวเพิ่มแคลอรี่ จะทำให้คุณเกิดความรู้สึกดีขึ้นในใจได้นิด ๆ เลยนะ และถ้าทำได้แบบนี้บ่อย ๆ ความรู้สึกดี ๆ เหล่านี้จะกระตุ้นให้คุณเดินหน้าสู้แผนลดน้ำหนักได้ต่อไปแบบชิล ๆ เลยล่ะ อย่างที่เขาว่ากันว่า “เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง”

ข้ออ้างที่ 9 : การออกกำลังกายไม่เห็นสนุกเลยอ่ะ

จริงอยู่ว่าเป้าหมายของการออกกำลังกายตามแผนไดเอตของคุณก็เพื่อการลดน้ำหนัก แต่คงจะเซ็งไม่น้อย ถ้าต้องออกกำลังกายไปแบบฝืนใจตัวเอง ขืนปล่อยไว้ล่ะก็ไม่มีทางจะลดน้ำหนักได้แน่เลย เห็นทีจะต้องเปลี่ยนใหม่ ด้วยการหาวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองดีกว่า

อย่างถ้าเราไม่ชอบวิ่ง วิ่งไม่ไหว ก็ไม่จำเป็นต้องไปทำตามคนอื่น เลือกที่เหมาะกับความชอบของตัวเอง อย่างการว่ายน้ำ ถ้าชอบก็พุ่งไปที่สระเลย หรือถ้าชอบเต้นก็เลือกการเต้นนี่แหละเข้าแผนไดเอต ซึ่งการเต้นก็มีอยู่หลากหลายรูปแบบ ทั้งโพลแดนซ์ที่กำลังฮิต ระบำหน้าท้อง หรือจะเต้นแอโรบิกตามคลิปวิดีโอก็ได้ ส่วนใครที่ชอบออกกำลังกายแบบช้า ๆ เน้นการทำสมาธิก็มองหาท่าโยคะที่คุณชอบ หรือพิลาทีสดูได้เลย แบบนี้น่าจะช่วยให้คุณรู้สึกสนุกกับการออกกำลังกายมากขึ้น

ข้ออ้างที่ 10 : หุ่น ๆ ดีเหมือนนางแบบนะเหรอ ใครจะไปทำได้

อย่าเพิ่งคิดอย่างนั้นสิคะ ในโลกนี้มีคนอวบระยะสุดท้ายที่สามารถรีดน้ำหนักจนผอมเพรียวแบบเห็นผลชัด ๆ ไม่น้อยเลยนะ ถ้าไม่เชื่อลองเสิร์ชหาประสบการณ์การลดน้ำหนักของคนอ้วนที่แชร์กันในโลกไซ เบอร์ได้เลย ซึ่งสิ่งที่พวกเขาทำตลอดช่วงไดเอตก็คือ การออกกำลังกาย และการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารนั่นแหละ แล้วทำไมคุณจะทำแบบพวกเขาบ้างไม่ได้ล่ะ

ลองเรียนรู้จากประสบการณ์เหล่านั้นแล้วปรับใช้กับตัวคุณเองดูสิ หรือไม่ก็ตั้งเป้าหมายกับตัวเอง เช่นว่า เราจะต้องผอมเพื่อจะได้ใส่ชุดสวยไปงานแต่งงานเพื่อน หรืออยากมีหุ่นสุดเซ็กซี่เหมือนนางแบบก็ได้ มองรูปนางแบบสาวบ่อย ๆ แล้วทำใจให้เป็นบวก สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างแรงจูงใจด้านบวกให้กับคุณได้จริง ๆ นะ

หมดข้อแก้ตัวที่จะไม่ลุกขึ้นมาลดน้ำหนักแล้วใช่ไหมคะ จริง ๆ เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ “ใจ” ล้วน ๆ เลยขอแค่มี “ใจ” ซะอย่าง ไม่ว่าแผนลดน้ำหนักของคุณจะ (ดูเหมือน) ยากสักแค่ไหน แต่เชื่อเถอะว่าความสำเร็จรออยู่ข้างหน้านี่เอง รอแค่คุณเอื้อมมือไปคว้าเท่านั้นค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : kinjung.net

Advertisements