เคล็ด (ไม่) ลับ เพื่อการขับถ่าย ได้โล่งสบายทุกวัน

เคล็ด (ไม่) ลับ เพื่อการขับถ่าย ได้โล่งสบายทุกวัน
สดชื่นโล่งสบายทุกวัน

เคล็ด (ไม่) ลับ เพื่อการขับถ่าย ได้โล่งสบายทุกวัน

สาว ๆ หลายคนมีชีวิตที่เร่งรีบ ทำให้ลืมใส่ใจดูแลสุขภาพไปบ้างจนเกิดเป็นปัญหา โดยเฉพาะเรื่องของระบบทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะกินอาหารที่ไม่เป็นเวลา การรับสารอาหารไม่ครบถ้วน หรือพฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิตอื่น ๆ ล้วนสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวม ทั้งระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย

อาการเบื้องต้นของระบบขับถ่ายผิดปกติที่เรา ๆ คุ้นเคยกันนั้น คือ อาการท้องผูก จะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว และปัญหาเหล่านี้อาจลุกลามใหญ่โตกลายเป็นริดสีดวงทวารหนักที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง หรือร้ายแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่สุด

กรทิพย์ ฐิติธรรมจริยา ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ บริษัท เนสท์เล่ (ประเทศไทย) จึงมาแนะนำเคล็ด (ไม่) ลับ เพื่อการขับถ่าย ได้โล่งสบายทุกวัน เพื่อให้มีสุขภาพและระบบขับถ่ายที่ดีรวมถึงส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพให้หนุ่มสาวคนทำงานผู้รักสุขภาพสามารถนำไปปฎิบัติตามได้ง่ายๆในทุกๆวัน
พืชผัก

1.กินอาหารที่เป็นแหล่งของใยอาหาร

ผู้ใหญ่ควรบริโภคใยอาหารให้ได้วันละ 25 ก. ซึ่งแหล่งของใยอาหารได้แก่ ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่างๆ รวมถึงอาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของใยอาหาร โดยใยอาหารมีประโยชน์ต่อร่างการช่วยลดอาการท้องผูก  ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ชะลอการดูดซึมของน้ำตาลในเลือด รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่

      ดังนั้น ในแต่ละมื้อควรดูว่าเราได้กินอาหารที่มีใยอาหารบ้างหรือไม่ เพราะถ้าใยอาหารน้อยเกินไปจะทำให้เกิดอาการท้องผูกได้วิธีง่ายๆที่ช่วยเพิ่มใยอาหารให้ร่างกาย เช่น กะให้อาหาร 1 จานที่กินในแต่ละมื้อมีผักสักครึ่งหนึ่งกินผลไม้เป็นอาหารว่างแทนขนมกรุบกรอบ หรืออ่านฉลากโภชนาการเลือกผลิตภัณฑ์อาหาร หรือ เครื่องดื่มที่มีใยอาหาร
ข้าวกล้อง

2.กินธัญพืชโฮลเกรน

ธัญพืชโฮลเกรน หรือธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ข้าวกล้อง ข้าวสาลีเต็มเมล็ด ข้าวโพด เป็นต้น วิธีง่ายๆที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน เช่น เปลี่ยนมากินข้าวกล้องแทนข้าวขาว หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธัญพืชโฮลเกรน เพราะโฮลเกรนจะมีใยอาหาร รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าธัญพืชที่ขัดสีแล้ว
ดื่มน้ำ

3.สร้างตารางเวลาดื่มน้ำ

นอกจากการได้รับใยอาหารอย่างเพียงพอแล้ว น้ำเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้มีระบบขับถ่ายดีขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว หากคุณเป็นคนที่ดื่มน้ำน้อย ลองกำหนดเวลาและปริมาณในการดื่มน้ำเป็น 7 ช่วง ดังนี้ ตื่นนอน 1 แก้ว หลังอาหารมื้อเช้า 1 แก้ว ระหว่างทำงานช่วงเช้า 2 แก้ว หลังมื้อเที่ยง 1 แก้ว ระหว่างทำงานช่วงบ่าย 3 แก้ว หลังมื้อเย็น 1 แก้ว และก่อนนอน 1 แก้ว เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้คุณดื่มน้ำได้อย่างเพียงพอแล้ว
กินผัก

4.ปรับพฤติกรรมขณะกินอาหาร

คนส่วนใหญ่ในการเคี้ยวอาหารน้อย ซึ่งจริงๆแล้ว เราควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียดอย่างน้อย 30 ครั้ง ต่อหนึ่งคำ เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้กระเพาะอาหารไม่ทำงานหนักจนเกินไป
ตื่นนอน บิดเนื้อบิดตัว

5.ปรับกิจวัตรประจำวันเพื่อช่วยบริหารลำไส้

สามารถเริ่มง่ายๆได้ตั้งแต่ตื่นนอน โดยบิดตัวไปมาประมาณ 5 นาที เพื่อบริหารให้ร่างกายและลำไส้ตื่นตัว หรือการออกกำลังกายช่วงเอว หรือบริเวณหน้าท้อง จะช่วยให้ลำไส้ได้ขยับตัวเป็นการบริหารลำไส้ให้แข็งแรง และช่วยทำให้การขับถ่ายได้คล่องขึ้น

Advertisements