กรมวิทย์ฯ เตือนผู้ป่วยภูมิแพ้ กินแมลงทอด เสี่ยงอันตราย

กรมวิทย์ฯ เตือนผู้ป่วยภูมิแพ้ กินแมลงทอด เสี่ยงอันตราย
กินแมลงทอด เสี่ยงอันตราย

กรมวิทย์ฯ เตือนผู้ป่วยภูมิแพ้ กินแมลงทอด เสี่ยงอันตราย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เตือนผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ระวัง กินแมลงทอด ที่อาจพบสารฮีสตามีนต้นเหตุของการเกิดอาการแพ้ แนะหลีกเลี่ยงการ กินแมลงทอด ที่ไม่สะอาด เพราะอาจทำให้อาการแพ้กำเริบอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ตามที่มีข่าวหญิงสาวซึ่งมีโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้ใน จ.นครศรีธรรมราช กินตั๊กแตนทอดและเกิดอาการคลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ช็อกหมดสติเสียชีวิตนั้น เบื้องต้นแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าอาหารเป็นพิษเพราะรับประทานอาหาร ที่มีสารพิษปนเปื้อนในปริมาณที่สูงเกินกว่าร่างกายจะรับได้นั้น

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในแมลงทอด ที่พบสารฮีสตามีน (Histamine) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอาการของผู้ป่วย เนื่องจากสารฮีสตามีนเป็นสาร ที่พบได้ในอาหาร และจะพบในปริมาณมากขึ้นในอาหารประเภทโปรตีนบางชนิดที่มีฮีสตามีนสูงและมีการ ปนเปื้อนแบคทีเรียในปริมาณสูง โดยเกิดจากการที่แบคทีเรียบางชนิดสามารถเปลี่ยนฮีสตามีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งไปเป็นฮีสตามีน แต่ร่างกายสามารถทำลายได้จนไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

ทั้งนี้ ตามมาตรฐานกำหนดปริมาณฮีสตามีนในอาหารระดับสูงสุดของแต่ละประเทศแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดอาหาร โดยมีได้ตั้งแต่ 100-200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เมื่อ รับประทานแมลงทอดที่ไม่สะอาดและมีฮีสตามีนสูงจะทำให้ไปเพิ่มฮีสตามีนในร่าง กายส่งผลให้เกิดอาการทั้งทางด้านผิวหนัง ระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ เช่น ผิวหนังอักเสบ เป็นผื่นแดง เป็นลมพิษ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และหอบหืด เป็นต้น

สารฮีสตามีนดังกล่าวอาจทำให้เกิดอาการผิดปกติตั้งแต่เล็กน้อยจนเสียชีวิต ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และปริมาณอาหารที่ได้รับรวมทั้งช่วงเวลาที่ได้รับด้วย ดังนั้น จึงขอเตือนประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือผู้มีประวัติภูมิแพ้หรือ หอบหืด ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานแมลงทอด เพราะอาจทำให้ได้รับสารฮีสตามีนปริมาณมาก ส่งผลให้อาการแพ้กำเริบและหากรับประทานมากอาจทำให้เสียชีวิตได้

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวอีกว่า ขอเตือนประชาชนทั่วไปหากจะรับประทานแมลงทอด ควรสังเกตตนเองด้วยว่าเคยมีอาการโรคภูมิแพ้หรือไม่ หากมีอาการของโรคนี้ควรงดการบริโภคแมลงทอดอย่างเด็ดขาด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

Advertisements