คิดก่อนซื้อ ของใช้เพื่อสุขภาพ

คิดก่อนซื้อ ของใช้เพื่อสุขภาพ

คิดก่อนซื้อของใช้เพื่อสุขภาพ

คิดก่อนซื้อ ของใช้เพื่อสุขภาพ

ในขณะที่วิวัฒนาการทางการแพทย์เจริญก้าวหน้ามากขึ้นทุกวัน สิ่งที่เติบโตแทบจะพร้อม ๆ กันก็เห็นจะเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพทั้งหลาย ที่ผลิตออกมาเอาใจคนรักสุขภาพกันอยู่เรื่อย ๆ แต่เพราะความใส่ใจในสุขภาพ ของเรานี่ล่ะ ที่อาจจะทำให้เราเผลอซื้อผลิตภัณฑ์ของใช้เพื่อสุขภาพมาใช้โดยไม่ทันได้คิดถึง ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นอย่างถ้วนถี่ ทั้ง ๆ ที่ผลิตภัณฑ์ของใช้เพื่อสุขภาพบางอย่างก็อาจไม่ได้มีประโยชน์กับสุขภาพของเราอย่าง คุ้มค่ากับเงินที่ซื้อมาเลย ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น เว็บไซต์ reader’s digest เขากระซิบบอกมาแล้วจ้า

1. น้ำยาบ้วนปาก

ทันตแพทย์ส่วนใหญ่ชี้แจงว่า หากคุณแปรงฟันอย่างถูกวิธี และใช้ไหมขัดฟันร่วมด้วย ก็เท่ากับว่าคุณดูแลสุขภาพช่องปากได้ดีพอแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำยาบ้วนปากเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียเลย เนื่องจากน้ำยาบ้วนปากเหล่านี้มีผลฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น เมื่อหมดฤทธิ์แอลกอฮอล์ เจ้าแบคทีเรียในช่องปากก็สะสมขึ้นมาใหม่ได้ ส่วนคราบพลัคก็ไม่ได้ถูกกำจัดออกไปแต่อย่างใดเลยด้วย

ฉะนั้นถ้าคุณแปรงฟันและขัดฟันอย่างถูกวิธีอยู่เสมอ น้ำยาบ้วนปากก็ไม่จำเป็นกับคุณแล้วล่ะ เว้นแต่ว่าคุณจะใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออร์ไรด์ ซึ่งก็พอจะช่วยรักษารากฟันของเราได้บ้างล่ะนะ

2. อาหารเสริมวิตามินซี

นักวิจัยจาก National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases ได้ออกมาเผยว่า วิตามินซีมีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคจอประสาทตาเสื่อม และโรคหัวใจจริง แต่วิตามินซีที่ร่างกายต้องการคือ วิตามินซีที่มาจากธรรมชาติ หรืออาหารที่เรากินเข้าไป ไม่ใช่วิตามินซีที่เป็นอาหารเสริม เพราะวิตามินซีชนิดอาหารเสริม มีปริมาณวิตามินซีอยู่น้อยมาก จนแทบจะไม่มีผลต่อร่างกายเลย อีกทั้งวิตามินซีที่สกัดมานั้น ร่างกายดูดซึมไปใช้งานได้ยาก สุดท้ายก็ต้องขับออกมาทางฉี่ ทำให้เราปวดฉี่บ่อยอีกต่างหาก

3. ครีมกันแดดราคาแพง

แพทย์ผิวหนังไม่เห็นด้วยกับการซื้อครีมกันแดดราคาแพงมาใช้ เพราะความจริงแล้ว สารกันแดดที่มีอยู่ในครีมกันแดดทุกชนิดก็มีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงยูวี เทียบเท่ากัน คือ มีความสามารถปกป้องแสงยูวีได้ไม่เกิน 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งก็หมายความว่า แม้จะเป็นครีมกันแดดยี่ห้อดี ราคาแพง แต่ก็ไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงยูวีที่ดีกว่า หรือนานกว่าแต่อย่างใด และหากคุณอยากจะปกป้องผิวจากรังสียูวีจริง ๆ ก็ต้องหมั่นทาครีมกันแดดทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง เหมือนกับการใช้ครีมกันแดดราคากลาง ๆ ในตลาดเลยล่ะ

4. คอตตอนบัด

ร่างกายผลิตขี้หูออกมาเพื่อให้ทำหน้าที่ป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าไปทำลาย ประสาทหู และขี้หูเหล่านี้ยังมีฤทธิ์เป็นสารฆ่าเชื้อแบคทีเรียไปในตัวด้วย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน หู คอ จมูก จึงแนะนำว่า ไม่ควรใช้คอตตอนบัด หรือไม้แคะหูทำความสะอาดช่องหูจนไม่เหลือขี้หูเอาไว้เลย เพราะการทำอย่างนั้นจะเปิดโอกาสให้เชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมผ่านเข้ามาในหู ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งการใช้ไม้ หรือคอตตอนบัดมาแหย่เข้าไปในรูหูยังเสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ซึ่งอาจจะเป็นเหตุให้แก้วหูฉีกขาดเสียหายได้อีกด้วยนะ

5. ยาหยอดตา

เวลาที่มีอาการตาแดง หลายคนก็เลือกที่จะซื้อยาหยอดตาจากร้านขายยามารักษาอาการตาแดงของตัวเอง ซึ่งจริง ๆ ถือว่าเป็นวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ไม่ค่อยถูกต้องสักเท่าไร เพราะจักษุแพทย์ได้ออกมาเผยว่า ยาหยอดตาเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุทำให้ตาติดเชื้อ หรืออักเสบได้ง่ายมาก เนื่องจากเป็นสารเคมีจากตัวยาที่หยอดเข้าไปที่เลนส์สายตาของเราโดยตรง และบางคนก็อาจจะเกิดอาการแพ้ตัวยาเหล่านี้เอาได้ ฉะนั้นทางที่ดีไปพบจักษุแพทย์ดีกว่าค่ะ

6. โทนเนอร์

สำหรับสาว ๆ ที่ไม่ได้แต่งหน้าจัด แพทย์ผิวหนังก็บอกว่าไม่มีความจำเป็นที่คุณจะต้องซื้อโทนเนอร์มาทำความสะอาด ผิวหน้าเลยสักนิด เนื่องจากโฟมล้างหน้า หรือสบู่ที่ใช้ล้างหน้าเป็นประจำก็สามารถชำระล้างสิ่งสกปรกที่ซ่อนตัวอยู่ ใต้ผิวหนังของเราได้แล้ว นอกจากนี้โทนเนอร์บางชนิดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอม ก็อาจจะเป็นสาเหตุให้ผิวเกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย แทนที่จะได้ผิวหน้าสะอาดแบบล้ำลึก ก็กลับกลายเป็นได้ผดผื่นคัน และรอยแดงมาแทนซะอย่างนั้นนะจ๊ะ

ใคร ที่รู้ตัวว่าซื้อผลิตภัณฑ์ทั้ง 6 อย่างนี้มาใช้เป็นประจำ คราวนี้ก็ได้ทราบกันแล้วนะคะว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ได้มีประโยชน์และความจำเป็นกับสุขภาพและอนามัยของเรา มากอย่างที่คิดเลยนะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : reader’s digest

Advertisements