สอนเพศศึกษาให้เด็ก น่าจะเริ่มตั้งแต่วัย 5-7 ปี

สอนเพศศึกษาให้เด็ก น่าจะเริ่มตั้งแต่วัย 5-7 ปี
สอนเพศศึกษาให้เด็ก

สอนเพศศึกษาให้เด็ก น่าจะเริ่มตั้งแต่วัย 5-7 ปี

บีบีซีนิวส์- รายงานจากกลุ่มศึกษาอิสระเรื่องการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นระบุว่า เพศศึกษาควรบรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนของทุกระดับชั้น ขั้นแรกน่าจะเริ่มตั้งแต่วัย 5-7 ปี

ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการของอังกฤษก็ได้บรรจุการเรียนการสอนวิชาเพศศึกษา และความสัมพันธ์ไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนชั้นประถมศึกษา เพื่อให้เด็กรู้เกี่ยวกับวัยหนุ่มสาวและรู้ว่า เด็กๆ เกิดมาได้อย่างไร
การเรียนการสอนเพศศึกษานี้จะเริ่มตั้งแต่เด็กที่มีอายุ 5 ขวบ โดยจะมีการพูดคุยกันว่า เด็กๆ เกิดมาจากไหน เพื่อให้เด็กเข้าใจเมื่อตนเองมีน้อง แต่จะไม่สอนเรื่องวิธีการมีเพศสัมพันธ์ ส่วนการดูแลสุขภาพและการเข้าสังคมซึ่งรวมถึงเพศศึกษาจะมีสอนในชั้นมัธยม ศึกษาตอนต้น
กิล ฟรานซิส เจ้าหน้าที่สถาบันเด็กแห่งชาติ และรองประธานกลุ่มศึกษาอิสระเรื่องการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าเราสามารถคุยเรื่องนี้กับเด็กตั้งแต่เขาอายุน้อยๆ ก็จะสามารถคุยเรื่องเพศสัมพันธ์ได้เมื่อเขาโตขึ้น เด็กจะมีพื้นฐานที่จะสามารถต่อยอดความรู้ใหม่ๆ ได้
แต่โรเบิร์ต วีลัน กลุ่มรณรงค์เพื่อเยาวชนและครอบครัวคัดค้านเรื่องนี้และบอกว่า เราคัดค้านการสอนเพศศึกษาในโรงเรียนประถมเพราะยังเด็กเกินไป นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการล่วงละเมิดเด็ก คุณกำลังขโมยความไร้เดียงสาของเด็กไปแล้วใส่ข้อมูลที่พวกเขายังไม่พร้อมจะ รับ คุณกำลังขโมยวันเด็กของเขาไป
ขณะที่กลุ่มศึกษาอิสระเรื่องการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นมีขัอเสนออีกด้วยว่า ควรมีการโฆษณารณรงค์ในระดับชาติเพื่อสร้างความมั่นใจแก่เด็กที่อายุต่ำกว่า 16 ปีด้วยว่า จะไม่บอกพ่อแม่ของเด็กๆ ถ้าพวกเขามาขอคำแนะนำเรื่องการคุมกำเนิด ซึ่งกลุ่มที่เป็นเป้าหมายในเรื่องการรณรงค์ให้คุมกำเนิดคือกลุ่มเด็กชายและ วัยรุ่นชายเพื่อลดโอกาสการตั้งครรภ์ของวัยรุ่น
รายงานฉบับนี้บอกว่า หลายคนเห็นว่าการสอนเรื่องเพศศึกษาและความสัมพันธ์แก่เด็กในโรงเรียนไม่ได้ ช่วยแก้ปัญหา และควรแนะนำเรื่องนี้กับวัยรุ่นผิวดำและชนกลุ่มน้อยมากกว่า

การสอนเรื่องเพศมีประโยชน์ต่อเด็กดังต่อไปนี้

  • เด็กได้เรียนรู้ความสำคัญของเพศทั้งสองเพศที่ทำหน้าที่สืบพันธ์ หรือให้กำเนิดชีวิต เป็นคำตอบที่เด็กได้ทราบว่า คนเราเกิดมาได้อย่างไร เป็นหน้าที่ทางชีววิทยา เพศชายทำหน้าที่พ่อ และเพศหญิงทำหน้าที่เป็นแม่ ทั้งสองเพศมีหน้าที่อบรมสั่งสอนลูกและอยู่เป็นครอบครัว เป็นหน้าที่ทางสังคม
  • เด็กได้ปฏิบัติตนตรงตามเพศที่ธรรมชาติกำหนดให้มา เช่น การแต่งกาย การแสดงกิริยาตามมารยาททางสังคม การใช้ภาษาเหมาะสมตามเพศ เด็กที่ได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างดีจะสามารถปฏิบัติตนถูกต้อง และงดงาม
  • เด็กได้รู้และเข้าใจที่จะดูแลรักษาสุขภาพอวัยวะเพศของตนเช่นเดียว กับอวัยวะอื่นๆ และรู้ว่าอวัยวะเพศจะมีเครื่องนุ่งห่มปกปิดมิดชิดตลอดเวลา เป็นทั้งเรื่องการรักษาตนให้สะอาด ปลอดภัย และเป็นเรื่องมารยาททางสังคมกำหนดเป็นค่านิยมไว้ว่าทุกคนต้องปกปิดเพศเป็น เรื่องเรียบร้อย
  • เด็กจะได้รู้เท่าทันภัยสังคมที่คุกคามทางเพศที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ตลอดเวลา เด็กจะได้ป้องกันระมัดระวังภัยในเรื่องเพศ ทั้งการล่อลวงไปค้าประเวณีในหมู่ที่มีจิตใจชอบเกี่ยวข้องทางเพศกับเด็ก
  • เด็กที่ได้รับการอบรมสั่งสอนให้ปฏิบัติตนตามเพศ ได้แบบอย่างที่ดีจากพ่อแม่ เด็กจะรู้บทบาทตามเพศของตน เมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่เขาจะสามารถปฏิบัติตนตรงตามเพศ มีทัศนคติที่ดีทางเพศ และไม่เบี่ยงเบนทางเพศ
  • การสอนให้ลูกรู้จักสังเกตร่างกายของตนเองและความแตกต่างทางเพศที่ มิใช่เรื่องอวัยวะเพศอย่างเดียว แต่จะรวมถึงการปลูกฝังทัศนคติที่ดีและทักษะชีวิต จะเป็นการเตรียมชีวิตในอนาคตให้ลูกมีชีวิตที่เป็นปกติสุข
Advertisements