สารโพลีฟีนอล ต้านอนุมูลอิสระ

สารโพลีฟีนอล ต้านอนุมูลอิสระ 

 

น้ำองุ่น

สารโพลีฟีนอล ต้านอนุมูลอิสระ

ทุกวันนี้คนสนใจดูแลสุขภาพโดยอาศัยสารจากธรรมชาติมากชึ้น เลือกที่จะบริโภคผัก และผลไม้หลายชนิด ที่เชื่อว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะทำหน้าที่ยับยั้งกระบวนการชีวเคมีในร่างกายที่นำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ หรือความชรา เช่น ความนิยมบริโภค ชาเขียว ไวน์แดง น้ำผักและน้ำผลไม้ต่างๆ

สารโพลีฟีนอล เป็นกลุ่มสารจากธรรมชาติสำคัญที่มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) เป็นสารทุติยภูมิ ที่พืชสร้างขึ้น เป็นส่วนประกอบของใบ ดอก ผล เพื่อทำหน้าที่ต่างๆ มีบางชนิดเป็นสารสังเคราะห์ กึ่งสังเคราะห์ หรือสารอินทรีย์ ที่มีโครงสร้างหลักเป็นกลุ่มฟีนอล แม้ว่าโฟลีฟีนอล ไม่จัดเป็นสารอาหารตามหลักโภชนาการ เนื่องจากไม่ให้พลังงานโดยตรง หรือไม่เป็นสารช่วยให้เกิดพลังงานเหมือนวิตามินและแร่ธาตุ และไม่ช่วยในด้านการเจริญเติบโตของร่างกาย แต่จัดเป็นพฤษาเคมีที่มีบทบาทสำคัญด้านส่งเสริมสุขภาพ

ชาเขียว

ปัจจุบันโพลีฟีนอล จาก ผัก ผลไม้เครื่องเทศ ได้รับความสนใจและมีการวิจัยอย่างแพร่หลายถึงคุณสมบัติต่อภาวะสุขภาพ รวมถึงคุณสมบัติต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ยับยั้งกลไกการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรั้งต่างๆ และคุณสมบัติในการจับกับสารอาหารโปรตีน คาร์โบไฮเดรต

หลักฐานงานวิจัยแสดงถึงศักยภาพในคุณสมบัติเหล่านี้ นำไปสู่แนวทางการใช้โพลีฟีนอลจาก ผัก ผลไม้ เครื่องเทศ เพื่อป้องกันหรือบรรเทาอาการของโรคที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาออกซิเดชั่น หรือการอักเสบเรื้อรังต่อไปในอนาคต สำหรับความต้องการที่ร่างกายควรได้รับนั้นแตกต่างในแต่ละบุคคลขึ้นกับสภาวะสุขภาพ และจุดประสงค์ของการบริโภคว่าเพื่อวัตถุประสงค์อย่างไร
ไวน์แดง

การขาดสารในกลุ่มโพลีฟีนอลไม่ได้ส่งผลเสียทำให้เกิดโรคโดยตรง แต่อาจจะเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง

ดังนั้นจึงจัดสารกลุ่มนี้เป็นสารกลุ่มที่ควรแนะนำให้บริโภค แต่เนื่องจากในปัจจุบันได้มีการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีโพลีฟีนอลในรูปแบบต่างๆ และมีการโฆษณาเกินจริง เช่น ผลิตในรูปสารกสัดแคปซูล ผง เพื่อให้ได้ปริมาณที่เข้มข้นยิ่งขึ้น หรือการนำไปผสมกับอาหารแล้วผ่านการทำให้ร้อน เช่น นำสารสกัดชาเขียวไปใส่ในขนมเค้ก หรือ ผลิตในรูปเครื่องดื่มสำเร็จรูปที่มีน้ำตาล หรือนมเป็นส่วนผสม สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดผลเสียต่อสภาวะโภชนาการและสุขภาพ เช่น ได้รับปริมาณที่มากเกินไป หรือเกิดปฏิกิริยาระหว่างสารสกัด หรือน้ำตาลในเครื่องดื่มจะเพิ่มแคลลอรี่โดยไม่จำเป็น แทนนินในชาลดการดูดซึมของสารอาหารที่มีคุณค่า ตลอดจนออกซาเลทในชาจะทำลายเนื้อไต โปรตีนในนมรวมตัวกับโพลีฟีนอลในชาทั้งชาเขียว ชาดำ ฤทธิ์ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระรวมทั้งฤทธิ์ต้านการกลายพันธ์ ต้ารการอักเสบ (anti-inflammation) ต้านมะเร็งลดลง หรือหากต้องนำไปทำให้ร้อน เช่น ขนมเค้ก คุณค่าชาเขียวก็จะหมดไปคงเหลือแต่รสชาติเท่านั้น

ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการนำผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารสกัดชาเขียวไปผ่านขบวนการความร้อน หรือผสมรวมกับนมเพื่อคงคุณค่าของชาเขียว
แอปเปิ้ลแดง

ดังนั้นในชีวิตประจำวันเมื่อเราทราบแหล่งของ สารโพลีฟีนอล ในอาหารแล้ว ผู้บริโภคย่อมเลือกได้ว่าจะบริโภคอไรและอย่างไรจึงจะทำให้ร่างกายได้รับผลประโยชน์ด้านสุขภาพ

ขอขอบคุณข้อมูล เรื่องโดย : ดร.พรรัศมิ์ จินตฤทธิ์ ภาควิชาโภชนศาสตร์เขตร้อนและวิทยาศาสตร์อาหาร คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยามหิดล

Advertisements