โรคอีดี อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction)

โรคอีดี อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction)

ไม่มองหน้ากัน

โรคอีดี อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction)

วันนี้มาดู เรื่องที่ผู้ชายให้ความสำคัญที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องความแข็งแกร่งของเพศ ชาย เพราะถ้าวันหนึ่งมันไม่ทำงานขึ้นมา หรือทำงานได้ไม่เต็มที่ ไม่เพียงแต่จะทำให้ชีวิตรักของคุณสั่นคลอนเท่านั้น แต่มันยังบอกถึงโรคภัย ที่กำลังจะตามมาด้วย

อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรืออีดี (Erectile Dysfunction) คือ อาการที่อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัวและ/หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะมีเพศ สัมพันธ์ได้อย่างสุขสม และที่น่าตกใจคือ อีดีไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ชายสูงอายุอย่างที่เข้าใจกันเท่านั้นนะคะ หนุ่มๆ ก็สามารถเป็นกันได้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน มีการพยากรณ์ล่วงหน้าว่า ในอนาคตผู้ชายทั่วโลกจะมีปัญหาอีดีเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์!

‘ศาสตราจารย์ นายแพทย์จอห์น มัลฮอลล์’ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศแนวหน้าของโลก และเลขาธิการสมาคมเวชศาสตร์ทางเพศแห่งอเมริกาเหนือ พูดถึงอาการอีดีว่า “เกิดจากปัจจัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่โรคทางร่างกายถึงร้อยละ 80 ส่งผลให้เกิดอาการอีดี โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับเส้นเลือด เนื่องจากเส้นเลือดส่วนที่มาเลี้ยงอวัยวะเพศชายนั้นมีขนาดที่เล็กมาก ดังนั้นหากร่างกายมีภาวะระบบหลอดเลือดผิดปกติ เส้นเลือดในส่วนดังกล่าวจะเกิดอาการตีบตัน เลือดไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงและขยายตัวได้ ซึ่งแสดงออกให้เห็นในลักษณะของการที่องคชาตไม่สามารถแข็งตัวได้อย่างเต็มที่ ผู้ที่มีอาการอีดีจึงไม่ควรละเลย รีบไปพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาและทำการรักษาตั้งแต่ในระยะแรกเริ่ม เพราะอีดีเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าผู้ป่วยกำลังมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรค ร้ายแรงอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง และไขมันในเส้นเลือดสูง”

คุณผู้ชายสามารถสังเกตอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ด้วยตนเองค่ะ โดยการประเมินค่าความแข็งตัวของอวัยวะเพศ (Erection Hardness Score หรือ EHS) ซึ่งเทียบให้เข้าใจง่ายๆ เป็นระดับคือ ‘เกรดรัก 1-4’ (EHS1-4) เพื่อใช้อธิบายอาการอีดีให้แพทย์รับทราบอย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยให้ทราบว่าหลังจากรับการรักษาแล้วมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเพียงใด มาดูกันว่าค่าความแข็งตัวของคุณอยู่ที่ระดับใด

เกรด 1 (EHS1) คือ การที่อวัยวะเพศตื่นตัว ขยายขนาดพองขึ้นแต่ไม่แข็ง (อาการอีดีระดับรุนแรง)
เกรด 2 (EHS 2) คือ อวัยวะเพศแข็งตัวแต่ไม่เพียงพอ ที่จะสอดใส่เพื่อมีเพศสัมพันธ์ (อีดีระดับกลาง)
เกรด 3 (EHS 3) คือ การที่อวัยวะเพศแข็งตัวไม่เต็มที่ แต่เพียงพอที่จะสอดใส่ได้ (อาการอีดีระดับต้น)
เกรด 4 (EHS 4) คือ การที่อวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่ ทำให้สามารถร่วมรักได้อย่างมีความสุขทั้งสองฝ่าย และเป็นเป้าหมายของการรักษาอาการอีดี (ปลอดจากอาการอีดี)

‘ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมบุญ เหลืองวัฒนากิจ’ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพศชายกล่าวว่า “เรื่องความแข็งตัวของอวัยวะเพศเป็นสิ่งที่คนไข้ให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะความแข็งตัวนั้นสัมพันธ์กับปัจจัยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพทั่วไป ชีวิตคู่ และความพึงพอใจในการร่วมรัก ทั้งนี้ในด้านของการรักษา แนะนำว่าให้เริ่มจากการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตก่อน โดยเฉพาะคนในเมืองที่มีความเครียดสั่งสม ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

สำหรับการรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศในปัจจุบัน ‘ยาเม็ดชนิดรับประทาน’ ได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวางจากทั้งแพทย์และคนไข้ แต่มีข้อควรระวังคือ ไม่ควร รับประทานร่วมกับกลุ่มยาไนเตรต ซึ่งเป็นยาที่ใช้ในกลุ่มคนไข้หัวใจขาดเลือด นอกจากนี้ การทานยาขณะท้องว่างจะให้ประสิทธิภาพดีที่สุด และไม่ควรทานร่วมกับอาหารที่มีไขมันมาก เพราะไขมันจะไปขัดขวางการดูดซึม”

เรื่องของความแข็งแกร่งหรือสมรรถภาพบนเตียงของ คุณผู้ชายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะนำพาให้ชีวิตรักสุขสม เป็นการแสดงออกถึงความรักความห่วงหาอาทรด้วยภาษากายซึ่งช่วยกระชับความ สัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ถ้าความแข็งแกร่งของคุณอยู่ในระดับที่ไม่น่าพึงพอใจ ก็จะส่งผลให้คุณผู้ชายสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง และพลอยทำให้ชีวิตคู่มีปัญหาตามไปด้วย ดังนั้นปัญหาความแข็งแกร่งดังกล่าวมิได้สั่นคลอนแค่ขาเตียงเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าถึงโรคร้ายที่จะตามมาอีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Health News ฉบับ Men Issue

Advertisements