อาการตากระตุก ปัญหาน่าคาใจของคนทำงาน

อาการตากระตุก ปัญหาน่าคาใจของคนทำงาน

ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์

อาการตากระตุก ปัญหาน่าคาใจของคนทำงาน

ถาม :

ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์มาสิบกว่าปี ระยะหลังมักมีอาการหนังตากระตุก บางครั้งกระตุกต่อเนื่องนาน 2-3 วัน จนรู้สึกว่าหนังตากระตุก อาการจะเป็นมากขึ้นเมื่อทำงานหนัก เครียดหรือนอนดึก อยากทราบว่าเป็นอะไร

ตอบ :

อาการหนังตากระตุกเกิดขึ้นได้จากความเครียดและการป่วยเป็นโรคหน้ากระตุกครึ่งซีก (Hemifacial Spasm)

อาการจากผู้ถามน่าจะเกิดจากความเครียด เพราะเป็นเพียง 2-3 วัน และสามารถหายเองได้

นอกจากนี้คุณผู้ถามยังทำงานที่ต้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้า เมื่อกล้ามเนื้อล้า เส้นประสาทบริเวณนั้นจะสั่นหรือเต้นเองโดยอัตโนมัติ หากพักผ่อน กล้ามเนื้อจะคลายตัวและหยุดสั่นไปเอง

หากอาการตากระตุกเป็นไม่รุนแรงและหายเองได้ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นโรคหน้ากระตุกครึ่งซีก เพราะโรคนี้อาการตากระตุกจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นถาวรและลุกลามไปจนถึงมุมปาก โรคนี้ไม่ใช่โรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก่อความรำคราญและเสียบุคคลิกภาพ เพราะเมื่ออาการรุนแรงถึงขั้นสุดท้ายหนังตาจะปิดและปากเบี้ยว สาเหตุโรคนี้ยังไม่ระบุแน่ชัด แต่คาดว่าเกิดจากเส้นเลือดกดทับเส้นประสาทคู่ที่ 7 ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้า

ปัจจุบันโรคยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด มีเพียงการรักษาเพื่อช่วยบรรเทาอาการ คือ การผ่าตัดแยกเส้นเลือดออกจากเส้นประสาท ซึ่งอาจส่งผลข้างเคียงให้ใบหน้าเบี้ยวได้ นอกจากโรคหน้ากระตุกครึ่งซีกแล้ว อาการตากระตุกรุนแรงยังเป็นหนึ่งในอาการลมชักด้วย ดังนั้น ถ้าสังเกตตัวเองแล้วพบว่ามีอาการรุนแรงขึ้นโดยไม่สัมพันธ์กับความเครียด ควรพบแพทย์เฉพาะทาง

วิธีผ่อนคลายกล้ามเนื้อดวงตา

ทุกหนึ่งชั่วโมง คนวัยทำงานควรละลายสายตาจากคอมพิวเตอร์มาบริหารดวงตา ด้วยท่าบริหารตาง่ายๆ ดังนี้

  1. มองวัตถุที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดและค่อยๆ เลื่อนสายตาไปมองวัตถุที่อยู่ไกลๆ หรือถือดินสอบริเวณหว่างคิ้ว มองที่ปลายดินสอ แล้วค่อยๆ เลื่อนมือออกไปจนสุดแขน ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
  2. กลอกตาซ้าย – ขวา ไปมา ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง

เยียวยาเบื้องต้น

ถ้าหากมีอาการตากระตุกอีก ขอแนะนำให้ทำดังนี้

  1. ผ่อนคลายร่างกาย แนะนำให้คนที่จ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ผ่อนคลายอิริยาบถทุกๆ หนึ่งชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้พัก และลดอาการตึงเกร็งของกล้ามเนื้อ หากเป็นไปได้ควรบริหารกล้ามเนื้อตาด้วย
  2. ผ่อนคลายอารมณ์ เมื่อเราสบายใจ ไม่วิตกกังวลหรือโมโห ระดับความดันเลือดจะไม่สูงขึ้น จำไว้เลยว่าเมื่อใดที่เครียด หัวใจจะเต้นแรง เลือดสูบฉีดแรง และเส้นเลือดจะได้รับการกระตุ้น รวมไปถึงเส้นเลือดที่อยู่บริเวณเส้นประสาทคู่ที่ 7
  3. กินอาหารให้ถูก อาหารที่มีประโยชน์จะช่วยรักษาระดับความดันเลือดและเพิ่มภูมิชีวิตให้ร่างกาย
  4. กินยาคลายกล้ามเนื้อ หากรู้สึกรำคราญ เบื้องต้นแนะนำให้กินยาคลายกล้ามเนื้อ แต่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ หากมีอาการมากขึ้นควรปรึกษาแพทย์ เพื่อพูดคุยถึงวิธีการรักษาต่อไป

เรื่องโดย : นพ.สมาน ตั้งอรุณศิลป์ อดีตประสาทศัลยแพทย์ สถาบันประสาทวิทยา

Advertisements